สนามข่าว 7 สี - เหตุการณ์ที่ เขต 8 ที่มีผู้ประสบภัยบางคนในพื้นที่ ไม่พอใจอาสากู้ภัยที่เข้าช่วยเหลือล่าช้า และด้วยเหตุผลต่าง ๆ ทั้งตะโกนด่า ปาขวดใส่เจ้าหน้าที่ หนักสุดยิงปืนใส่ มีกู้ภัยสะท้อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
กู้ภัยโพสต์สะท้อนความรู้สึกว่า สิ่งที่เจ็บปวดไม่ใช่แค่น้ำที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่คือกำลังใจของกู้ภัยที่กำลังลดลง มีคนจำนวนไม่มากที่ยอมลุยเข้าไป หลายคนมาจากต่างจังหวัด ไม่คุ้นพิกัด ไม่ได้พักผ่อนมาหลายคืน
เบื้องหลังภาพเรือทุกลำ คือ คนธรรมดาที่หาค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ช่วยกันระดมของบริจาค หลายทีมไม่ได้หวังอะไรนอกจากคำว่า "ขอบคุณครับ/ค่ะ"
แต่ยอมลุยต่อไป กู้ภัยบางคนยอมไม่กินข้าว เพื่อจะได้พอเข้าไปให้คนที่รอ ขณะที่ไม่เห็น "ศูนย์บัญชาการหลัก" ประสบการณ์จากน้ำท่วมน่าน เชียงราย เชียงใหม่ กู้ภัยเข้าพื้นที่รู้ว่าต้องรายงานตัวกับใคร ลงทะเบียนเป็นระบบ
แต่ที่หาดใหญ่ไม่มี ช่วยคนมา ปล่อยเกาะไว้ตรงที่แห้ง ประชาชนเดินเท้าหาที่หลบภัยกันต่อ คำถามง่าย ๆ คือ… "ระบบสั่งการแบบนี้ มันไม่ควรออกจากส่วนกลางหรือ? ทำไมการจัดแผน การกระจายงาน การจัดลำดับเคสกลับต้องปล่อยให้ภาคอาสาและเอกชน วิ่งเอง คิดเอง แก้เอง และหลายทีมมาถึงก่อนรัฐหลายวันด้วยซ้ำ ขณะที่คนของรัฐ ทะเลาะกันผ่านสื่อ ช่วงชิงแผนพีอาร์ก่อนเลือกตั้งกันฉ่ำ
ทุกครั้งที่มีคนใหญ่คนโตลงพื้น ข้อดีคือ คำสั่งจะเร็วขึ้น ขออะไรง่ายขึ้น แต่ข้อเสียที่ไม่มีใครพูดคือ ทันทีที่ขบวนลงมา ต้องมีกำลังคนจำนวนมหาศาลถูกดึงออกจากงานกู้ภัยไปจัดการต้อนรับ ดูแลความปลอดภัย จัดพื้นที่ จัดขบวน ถ่ายรูป ดู PR ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ มีคนหายไปจากงานช่วยชีวิต เพื่อมาดูแลภาพลักษณ์ให้พวกคุณ คำถามคือ…สิ่งนี้มันจำเป็นจริง ๆ ไหม ในภาวะวิกฤตแบบนี้ตอนนี้ เคสสีแดงกลายเป็นเคสดำมากขึ้น เพราะระบบล่าช้า ทรัพยากรไม่ถูกจัดการอย่างมีเอกภาพ
สิ่งที่เจ็บ คือ "ความโกรธแค้น" จำนวนมาก เทลงมาที่กู้ภัยอาสาและเอกชน ทั้ง ๆ คือคนที่เสี่ยงชีวิต นายกประกาศว่าจะปักหลักช่วยเหลือ ถ้าเป็นไปได้ อยากเสนอให้ ปักหลักที่เขต 8 ไม่ใช่แค่เพื่อโชว์ภาพในข่าว แต่เพื่อปกป้องกู้ภัยอาสาไม่ให้ถูกใช้เป็นที่ลงของความโกรธ สร้างระบบบัญชาการที่ชัดเจนและมีเอกภาพ ทำให้ทุกลมหายใจของคนที่อยู่แนวหน้า รู้สึกว่าเขาไม่ได้อยู่ลำพัง วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้ต้องการแค่ภาพผู้นำลุยน้ำ แต่ต้องการผู้นำที่ลุยระบบ ให้ทุกการช่วยเหลือถึงคนที่กำลังรออยู่จริง ๆ และที่สำคัญที่สุด…ขอให้หัวใจของกู้ภัยทุกคน รอดไปพร้อมกับร่างกาย ไม่แปลกที่หลายทีมถอนตัว เพราะใครก็รักตัวกลัวตายกันทั้งนั้น
มีอีกโพสต์ก่อนหน้านี้ เป็นภาพการทำงานของทีมกู้ภัยที่อยู่ในเรือขณะช่วยเหลือผู้ประสบภัยยามค่ำคืน ระบุข้อความว่า เสียกำลังใจก็ส่วนหนึ่ง มีแต่คนบอกให้กลับ ถ้าถามว่าจะกลับไหม #ตราบใดที่น้ำยังไม่แห้งถึงยังไงก็ไม่กลับ #เสียงจากหัวใจกู้ภัยหน้างาน #saveหาดใหญ่
ขณะที่ทีมกู้ภัยเฉพาะกิจเชียงใหม่ ก็โพสต์เช่นกันว่า อุทกภัยใหญ่ครั้งนี้พรากชีวิตพี่น้องชาวหาดใหญ่ไป ผู้คนต้องอยู่ท่ามกลางความยากลำบาก สูญเสียคนที่รัก เพราะน้ำหลากที่มาไม่ทันตั้งตัว ไม่มีเวลาเตรียมตัว ไม่มีโอกาสป้องกัน
ทีมกู้ภัยเฉพาะกิจเชียงใหม่ ยังเดินหน้าช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ แม้ต้องพบเห็นสิ่งที่หดหู่ใจที่สุดในภารกิจก็ยอม เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยที่สุด ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และร่วมไว้อาลัยทุกชีวิตที่จากไปในมหาอุทกภัยหาดใหญ่ครั้งนี้ ขอให้ดวงวิญญาณทุกดวงไปสู่สุคติ จะยังคงทำหน้าที่เคียงข้างพี่น้องชาวหาดใหญ่ต่อไป