กรมการปกครอง ลงดาบ 2 ให้ “นายอำเภอหาดใหญ่” ออกจากราชการไว้ก่อน หลังเพิ่งเด้งฟ้าผ่า เพราะพิษน้ำท่วมหาดใหญ่ หลังพบถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ใช้ อส. ช่วยสร้างบ้านพักส่วนตัว
กลางดึกวานนี้ (28 พ.ย.68) ตามที่กรมการปกครอง ได้มีคำสั่งให้ นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา ตำแหน่งนายอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ช่วยราชการ วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง เป็นการประจำ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป
เนื่องจากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลาถือเป็นสาธารณภัยขนาดใหญ่สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจอย่างมหาศาล แต่ปรากฏว่า นายเอก ยังฉภัย ณ สงขลา ได้อยู่ในพื้นที่ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 22พฤศจิกายน 2568 และไม่สามารถต่อสื่อสารได้อีกเลย แม้แต่การประชุมกับศูนย์บรรมทาสาธารณภัยมเนทลทหารบก ที่ 46 เพื่อประสานงานและรับทราบแนวทางในการแก้ไขปัญหา ข้อสั่งการ คำสั่งของผู้บังคับบัญชาในการช่วยเหลือประชาชน ก็ไม่เข้าร่วมประชุม
ดังนั้น กรมการปกครองพิจารณาแล้ว จึงได้มีคำสั่งให้นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา มาช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง และได้มีคำสั่งแต่งแต่งตั้งให้ นายดำรงศักดิ์ แก้วดวง ตำแหน่งผู้ตรวจรวจราชการกรมการปกรอง รักษาการในตำแหน่งนายอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แทน
ต่อมากรมการปกครอง ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทางอาญาญา กรณีเมื่อครั้งตำรงตำแหน่งนายอำเภอหนองจิก จังหวัดปัดปัตตานี ได้สั่งใช้สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอหนองจิก ที่10 จังหวัดปัตตานี ผู้ใต้บังคับบัญชา ใช้รถยนต์ของทางราชการบรรทุกวัสตอุปกรณ์ เพื่อนำไปใช้ในการสร้างบ้านพักส่วนตัว ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา และสั่งการให้ไปทำการก่อสร้างบ้านพักส่วนตัวหลังดังกล่าวโดยมิชอบ
ด้วยเหตุดังกล่าว กรมการปกครอ งพิจารณาแล้วเห็นว่า ตำแหน่งนายอำเภอเป็นตำแหน่งสำคัญของกรมการมการปครอง และกระทรวงมหาดไทย บุคคลที่ดำรงตำรงตำแหน่งดังกล่าวย่อมต้อมต้องดำรงตน เพื่อให้ได้รับความน่าเชื่อถือ ศรัทธา และความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่
การที่ นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา ต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาตามติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องกี่ยวกับความประพฤติหรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ ประกอบกับการกิจของกรมการปกครองและกระทรวงมหาดไทย รวมถึงภารกิจของรัฐบาล มีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องในพื้นที่
กรมการปกครอง จึงมีคำสั่งให้ นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา ออกจากราชการไว้ก่อน ในฐานความผิดตามมาตรา 152 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 85 (1) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.ศ. 2555 การดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการอย่างเคร่งครัด มิได้มีเจตนาเพื่อกลั่นแกล้งผู้หนึ่งผู้ใดตามที่ปรากฏข่าวสารแต่อย่าง