ตม.นครพนม-ป.ป.ช. ซ้อนแผนรวบอดีตนายอำเภอเมืองสรวง ผู้ต้องหาคดี 157 อำนวยความสะดวกแก๊งค้าไม้พะยูง เตรียมหนีกลบด่าน สปป.ลาว จับได้ก่อนหมดอายุความ 3 วัน
วันนี้ (28 พ.ย.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม (ตม.นครพนม) ได้ควบคุมนายสมยศ อายุ 69 ปี อดีตนายอำเภอเมืองสรวง จ.ร้อยเอ็ด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.53 และจะครบ 15 ปีในวันที่ 1 ธ.ค.68 แต่หมายจับออกเมื่อวันที่ 10 พ.ย.68
โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. อ่านหมายจับให้นายสมยศทราบอยู่นั้น ได้มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินทางมากับรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง ทราบว่าเป็นอดีตครูโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม อ้างว่าเป็นญาติกับนายสมยศจะมารับที่หน้าด่าน ตม.นครพนมจึงขอตรวจสอบประวัติ พบว่าเมื่อวันที่ 30 ต.ค.68 หญิงคนดังกล่าวเดินทางข้ามไปฝั่งลาวพร้อมกับนายสมยศผู้ต้องหา ซึ่งขณะนั้นนายสมยศยังไม่มีหมายจับ จึงสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ และในเย็นวันเดียวกันผู้หญิงคนดังกล่าวเดินทางกลับไทยเพียงคนเดียว ทั้งนี้ นายสมยศได้ยอมรับเป็นบุคคลเดียวกับหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4
สำหรับคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากวันที่ 26 พ.ย.53 ขณะที่นายสมยศดำรงตำแหน่งเป็นนายอำเภอเมืองสรวง จ.ร้อยเอ็ด ได้มอบหมายให้ปลัดอำเภอเมืองสรวง 2 คน รับรองไม้พะยูงของ น.ส.ธนภร ซึ่งเป็นผู้ยื่นหนังสือคำร้องขอให้รับรอง โดยไม่ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและพิจารณาอนุญาตให้เคลื่อนย้ายไม้พะยูง และไม่ได้มีการนำเอกสารสิทธิไปทำการตรวจสอบความถูกต้อง รวมทั้งไม่จัดทำบัญชีไม้และประทับตราของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไว้ที่ไม้ที่ทำการตรวจสอบ ทั้งไม่ให้ผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินลงนามรับรองในบันทึกการตรวจสอบ
นอกจากนี้ นายสมยศยังอนุญาตให้เคลื่อนย้ายไม้ไปใช้ประโยชน์นอกเขตจังหวัดด้วยตัวเอง โดยไม่นำเสนอผู้ว่าฯ พิจารณา อีกทั้งการพิจารณาอนุญาตยังเป็นการอนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำร้อง ซึ่งไม่ใช่ผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน และมีวัตถุประสงค์ในการเคลื่อนย้ายไม้พะยูงไปใช้เพื่อการค้า ป.ป.ช. จึงชี้มูลการกระทำของนายสมยศ ถือเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157
พ.ต.ท.เกียรติคุณ ดวงแก้ว สว.ตม.จว.นครพนม เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้ ทาง ป.ป.ช.ฯ ประสานมาว่านายสมยศเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้เดินทางออกไป สปป.ลาว โดยผ่านด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) จึงสืบสวนพบว่านายสมยศหนีไปกบดานอยู่กับคนรู้จักที่นั่น จึงประสาน ตม.สปป. ลาวรวมทั้งญาติของนายสมยศเกลี้ยกล่อมให้กลับมามอบตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังเกษียณนายสมยศก็ดำเนินชีวิตตามปกติ กระทั่งปี 2568 ทราบว่าจะมีการออกหมายจับ นายสมยศจึงหลบหนีไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยเดินทางด้วยรถตู้ที่เป็นของสามีอดีตครูโรงเรียนประถม พาออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 ต.ค.68 และเหลืออีก 3 วันก็จะครบอายุความ 15 ปี จึงโดนซ้อนแผนให้กลับเข้ามาในวันที่ 27 พ.ย.68