เรื่องจริงจากแพทย์ในพื้นที่ ในวันที่หาดใหญ่เหมือนเมืองในสงคราม หัวใจของคนหาดใหญ่และคนไทย คือ สิ่งที่แข็งแรงที่สุดในวิกฤตครั้งนี้ แม้จะเหนื่อยที่สุด แม้จะมีแค่ครึ่งของกำลังคน แต่ไม่มีใครถอย ไม่มีใครบ่น ไม่มีใครทิ้งหน้าที่แม้แต่นาทีเดียว
น้ำท่วมหาดใหญ่ เรื่องจริงจากแพทย์ในพื้นที่ ถ่ายทอดจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อบัญชี AmpAmp Limumpornpetch ระบุว่า Hat Yai Flood 2025 ในวันที่หาดใหญ่เหมือนเมืองในสงคราม ในฐานะบุคลากร มอ. กับภาพที่เห็น
ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ทำงานหนักมาก จัดระบบ เตรียมพื้นที่ เปิดเส้นทางกู้ชีพ ประคองทุกแผนกให้สู้ต่อ
- อาจารย์ศรีลา เป็น commander ที่ ER เท่ห์และเข้มแข็งที่สุดในภาวะล้มทั้งเมือง
- อาจารย์เต็ก นำทีมอายุรกรรม
- อาจารย์วรางคณาดูแลทั้ง นักศึกษาแพทย์ การจัดการคนไข้หนัก
- อาจารย์ทุกแผนก Fammed เด็ก สูติ หูคอจมูก จิตเวช รังสี etc สู้มาก
- อาจารย์แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ residents และfellow ทุกแผนก ทุกส่วน ทำงานหนักจนเกินขีดจำกัดของมนุษย์
- นักศึกษาแพทย์พทุกชั้นปี ทำทุกงานอย่างปรบมือให้ เข็นเปล ทำบัตร ส่งคนไป ward และเดินไปกับญาติถึงห้องเก็บศพ และ ไปช่วยทุกหน้าที่ที่ศูนย์พักพิง
โรงพยาบาลสงขลานครินทร์กลายเป็นศูนย์กลางเดียวของการรักษา บุคลากรเดินทางมาได้เพียงครึ่ง แต่ทำงาน ทั้งวันทั้งคืน ER แตก เราต้องเปิด triage หน้าโรงพยาบาล ผู้ป่วยอาการหนักล้นทุกจุด
แผนกอายุรกรรมเกิดทุกที่ คนไข้ที่เดินเข้ามามีแบบ severe cases หอบ เหนื่อย ช็อก ติดเชื้อ บาดแผลลึก บางคนไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน
Ward อายุรกรรมเต็มทุกชั้น คนไข้ใส่ท่อเยอะมาก จนต้องกระจายเข้า ENT EyE ศัลยกรรม เพิ่มกำลังแพทย์ไม่ได้
โรงพยาบาลหาดใหญ่จมน้ำ ไม่มี oxygen ไม่มี respirator ผู้ป่วยหนักจำนวนมากต้องส่งมา มอ. ด้วยเฮลิคอปเตอร์ เมื่อวาน (27 พ.ย.68) น้ำลดวันแรก คนเข้าโรงพยาบาล ฝั่ง OPD มากขึ้น หลายคนมาแบบเสื้อเปียก และไม่เหลืออะไรเลย แผนกศัลยกรรมทำงานเหมือนสนามรบ หลายคนโดนเศษบ้าน ของมีคม กระจก หลายรายติดเชื้อ deep tissue infection จากน้ำสกปรก ทีมศัลยกรรมต้องเปิด 4 ทีมพร้อมกัน OPD / OR ใหญ่ / OR เล็ก / Ambulatory OR เต็มและทำงานตลอดวันทั้งคืน
แม้แต่ข้าวของแพทย์ พยาบาล ก็ถูกส่งต่อให้ผู้ประสบภัย ทีมหน้า OPD และ C-Plus ส่งข้าวน้ำที่พี่จูนหาให้กิน ให้คนไข้ทั้งหมด เพราะหลายคนไม่ได้กินอะไรมากว่า 3–4 วัน ทีมทำงานด่านหน้า OPD เมื่อวาน เดินมาบอกตอนค่ำๆว่า ฝากขอบคุณป้าแดงนะคะ พวกเราได้กินข้าวแล้ว
เสื้อผ้าแห้งและรองเท้า พี่ติ๋มเอาเสื้อโครงการปลูกถ่ายอวัยวะมาแจกไว้หน้าโรงพยาบาล ทีมช่วยกันแขวนให้เลือก แพทย์บุคลากรเอามาช่วยแขวนเพิ่ม เราร้องขอเสื้อผ้าและน้ำจาก อาจารย์ภูมิใจและทีมลูกนศพ. หลายรอบ ทุกอย่างถึงมือใน 15 นาที คนจำนวนมากเดินเท้าเปล่า ตาว่างเปล่า เปียกทั้งตัวทั้งวัน ปากแห้ง และ ไม่มีแรง ทีมต้องเรียกเตือน ชวนเปลี่ยนเสื้อ หารองเท้าให้ และ เรียกให้ดื่มน้ำ
น้ำลดหนึ่งวัน และเริ่มพบศพ ทุกศพต้องนำมาพิสูจน์ที่ มอ เพียงแห่งเดียว ภาระนี้หนักเกินคำบรรยาย นี่คือภาพที่เจ็บปวดที่สุดของเมืองเรา ตกค่ำ คนเดินมาหน้า OPD ด้วยประโยคซ้ำ ๆ จะไปรับศพได้ที่ใด น้องนักศึกษาแพท์และพวกเราคุยกันว่า เรานึกภาพตอนน้ำท่วมพร้อมเห็นคนที่จากไปแบบไม่รู้จะช่วยอย่างไร ไม่ออกเลย 2 ทุ่ม พี่ที่ห้อง cplus วิ่งไปหาอาหารมาให้ฝั่งนิติเวช 200 คน
หัวใจของคนหาดใหญ่และคนไทย คือสิ่งที่แข็งแรงที่สุดในวิกฤตครั้งนี้ แม้จะเหนื่อยที่สุด แม้จะมีแค่ครึ่งของกำลังคน แต่ไม่มีใครถอย ไม่มีใครบ่น ไม่มีใครทิ้งหน้าที่แม้แต่นาทีเดียว น้อง ๆ ที่รู้จัก แนทตี้ คอหนังแตะเตี้ยม น้องเชอร์รี่ TR rock hill ป้าแดง และทุกคนที่รู้จัก ทำหน้าที่ ช่วยคนอื่นแม่พ่อแม่หรือญาติยังติดน้ำท่วม หน้า OPD มี ambulances ทุกจังหวัด มีรถทหารทุก model มีคนเอาของมาช่วยบางคนมาจากนคร
ขอเป็นตัวแทนแพทย์และคนหาดใหญ่ ขอบคุณกำลังใจจากทุกทีม รวมถึงทางไกลอาจารย์ที่เคารพ ศิริราช รามาฯ จุฬาฯ น้องโอ๋เพจเลี้ยงลูก น้องจอย พี่ ๆ น้อง ๆ ที่ถามมา เพื่อน ๆ ชาวตรัง เพื่อนสาธิต พี่เกริกและญาติ ๆ พี่ธิน้องดาว Novartis น้องโจ๊ก รวมถึงทุกท่านที่อาจกล่าวขอบพระคุณไม่หมด ที่ร่วมส่งปัจจัย รองเท้า ยา และ ถามมาตลอดว่าจะให้ช่วยอะไรคะ เราลากันเมื่อคืน แล้วบอกว่าพร้อมลุยกันต่อ เมื่อคืนไม่ได้อยู่เวร น้อง ๆ Young staff และ residents ทุกคนไม่รู้ได้นอนบ้างไหม ขอให้หาดใหญ่จะกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง