สรุปข่าวรอบโลกประจำวันที่ 1 ธ.ค. 68

สรุปข่าวรอบโลกประจำวันที่ 1 ธ.ค. 68

View icon 81
วันที่ 1 ธ.ค. 2568 | 17.45 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
Open World เปิดโลกรายวัน : สรุปข่าวรอบโลกประจำวันที่ 1 ธ.ค. 68

1.อีคอมเมิร์ซเกาหลีใต้ ทำข้อมูลลูกค้ารั่วไหลกว่า 33 ล้านบัญชี
ผู้บริหารของ "คูปัง" (Coupang) เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ซึ่งมีชื่อเล่นว่า "แอมะซอนดอตคอมแห่งเกาหลีใต้" (Amazon.com of South Korea) ออกมาแถลงขอโทษต่อลูกค้าและสาธารณชนต่อความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังมีรายงานข้อมูลส่วนตัวของลูกค้ากว่า 33.7 ล้านบัญชี รั่วไหลผ่านช่องทางการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ถึงขั้นทำให้ผู้บริหารของ "คูปัง" ต้องเข้าประชุมฉุกเฉินกับรัฐบาล โดยมีนายแบ คยอง-ฮุน (Bae Kyung-hoon) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และไอซีที (เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) เข้าร่วมหารือในครั้งนี้ด้วย ขณะที่ รัฐบาลเกาหลีใต้จะทำการตรวจสอบว่า "คูปัง" มีการละเมิดกฎความปลอดภัยเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่

เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ล่าสุดในเหตุข้อมูลรั่วไหลของบริษัทยักษ์ใหญ่ในเกาหลีใต้ที่เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง โดย "คูปัง" เปิดเผยว่า บริษัททราบถึงเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลครั้ง เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และได้รายงานเรื่องต่อเจ้าหน้าที่แล้ว พร้อมกำลังประสานงานที่เกี่ยวข้อง

2.อินโดนีเซีย ค้นหาผู้สูญหายน้ำท่วม ดับทะลุ 400 คน
ผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมและดินถล่มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งไทย, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย มียอดรวมกว่า 600 คนแล้ว โดยที่เกาะสุมาตรา ทางตะวันตกของอินโดนีเซีย เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าฟื้นฟูความเสียหายและค้นหาผู้สูญหายในพื้นที่ 3 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลายพื้นที่ถูกตัดขาด บ้านเรือนจำนวนมากถูกน้ำซัดหายไปกับกระแสน้ำ มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 440 คน สูญหายอีกอย่างน้อย 400 คน ประชาชนกว่า 213,000 ต้องอพยพ และมีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 1 ล้าน 1 แสนคน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่ามีรายงานว่าผู้คนออกมาดักปล้นเส้นทางส่งเสบียง เนื่องจากหลายคนสิ้นหวังในการขอความช่วยเหลือ ทางการกำลังพยายามจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ผ่านทางเฮลิคอปเตอร์เข้าไปในพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึง

3.พายุไซโคลน "ดิตวะฮ์" พัดถล่มศรีลังกา-อินเดีย ดับหลายร้อยคน
พายุไซโคลน "ดิตวะฮ์" (Ditwah) ได้พัดถล่มหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยที่ศรีลังกา รัฐบาลได้ประกาศภาวะฉุกเฉินจากน้ำท่วมและดินถล่ม พื้นที่ราว 1 ใน 3 ของประเทศไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ บ้านเรือนราว 20,000 หลัง พังเสียหาย ประชาชนเกือบ 2 แสนคน ต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว 1,275 แห่ง ขณะที่ ตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งเป็นกว่า 330 คน และยังสูญหายอีกกว่า 200 คน โดยเจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าค้นหาผู้สูญหาย

ส่วนที่รัฐทมิฬนาฑู และรัฐอานธรประเทศ ทางตอนใต้ของอินเดีย เริ่มมีฝนตกหนัก จากอิทธิพลของพายุไซโคลน "ดิตวะฮ์" ที่เคลื่อนตัวจากศรีลังกา เข้ามายังอินเดีย ทางการเตือนประชาชนให้งดนำเรือของจากฝั่ง เนื่องจากมีคลื่นสูงและกระแสลมแรง ขณะที่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสแตนด์บายเตรียมช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว

4.พายุหิมะพัดถล่มแถบมิดเวสต์ ของสหรัฐฯ กระทบการจราจร
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายพื้นที่ในแถบมิดเวสต์ ของสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับพายุหิมะพัดถล่มอย่างรุนแรง โดยถนนหลายสายที่รัฐมิชิแกน ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ทำให้การจราจรเป็นไปอย่างเบาบาง เนื่องจากหิมะและกระแสลมแรงทำให้ผู้คนงดใช้รถใช้ถนน

ส่วนพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ก็กำลังเผชิญกับพายุหิมะรุนแรง โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ (NWS) รายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (29 พ.ย.) บริเวณสนามบินนานาชาติโอแฮร์ มีหิมะตกลงมาเป็นปริมาณสะสมมากถึง 21.3 เซนติเมตร นับเป็นหิมะที่ตกลงมาหนักสุดช่วงเดือนพฤศจิกายนในประวัติศาสตร์ของนครชิคาโก ส่งผลให้เที่ยวบินจำนวนมากต้องถูกยกเลิกหรือล่าช้า
ทั้งนี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติเตือนว่า ในวันพรุ่งนี้ (2 ธ.ค.) หลายพื้นที่ทั่วสหรัฐฯ อาจต้องเผชิญกับพายุและอุณหภูมิหนาวเย็นอีกระลอก

5.สหรัฐฯ เจรจากับยูเครน แผนสันติภาพฉบับปรับปรุงมีความคืบหน้า
นาย “มาร์โค รูบิโอ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เผยว่า ได้เจรจากับคณะผู้แทนยูเครน ในรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ (30 พ.ย. 68) นานประมาณ 4 ชม. ซึ่งความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนสันติภาพฉบับปรับปรุงที่มุ่งยุติวิกฤตยูเครน แต่ยังคงมีงานอื่น ๆ ที่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้น

โดย “รูบิโอ” กล่าวว่า แผนสันติภาพฉบับปรับปรุงนี้ละเอียดอ่อนและซับซ้อน เนื่องจากมีปัจจัยเปลี่ยนแปลงได้จำนวนมาก และยังมีอีกฝ่ายที่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของสมการนี้ คือ รัสเซีย พร้อมชี้ว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ต้องการเพียงยุติสงคราม แต่ยังต้องการช่วยให้ยูเครนปลอดภัยตลอดไป

ทาง “รุสเตม อูเมรอฟ” เลขาธิการสภาความมั่นคงและการป้องกันประเทศของยูเครน ซึ่งเป็นผู้นำคณะเจรจาของยูเครน เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า การเจรจาครั้งนี้ “ยากแต่เกิดผล” โดยได้บรรลุความคืบหน้าที่จับต้องได้ในการสร้างสันติภาพที่เป็นธรรมซึ่งการประชุมครั้งนี้มีความหมายและประสบความสำเร็จ แต่ยังคงมีงานอีกมากรออยู่ข้างหน้า และทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าปรึกษาและประสานงานในขั้นตอนต่อไป เพื่อสันติภาพในยูเครน

ขณะที่ เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล (The Wall Street Journal) รายงานว่า “สตีฟ วิตคอฟฟ์” ผู้แทนพิเศษของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แล ะจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ เข้าร่วมการเจรจาในวันอาทิตย์ (30 พ.ย.) ด้วยเช่นกัน และมีกำหนดเดินทางไปมอสโกในวันจันทร์ (1 ธ.ค.) เพื่อหารือเพิ่มเติม