แม่ช็อกเข้า รพ. หลังรู้ข่าวลูกชายพลีชีพที่ชายแดน

แม่ช็อกเข้า รพ. หลังรู้ข่าวลูกชายพลีชีพที่ชายแดน

View icon 1.5K
วันที่ 17 ธ.ค. 2568 | 10.12 น.
ข่าวภูมิภาค
แชร์
แม่ช็อกเข้าโรงพยาบาล หลังรู้ข่าวว่าลูกชายซึ่งเป็นพลทหารได้สละชีพเพื่อปกป้องชาติอยู่ที่ชายแดน ด้านน้องสาวร่ำไห้แทบขาดใจ วอนขอชีวิตพี่ชายกลับคืนมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ด้านสมรภูมิเนิน 350 ใกล้กับปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ ส่งผลให้ทหารไทยสูญเสียกำลังพลอีก 2 นาย เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 68 ได้แก่ จ.ส.อ.สำเริง คลังประโคน และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.3)

โดยล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับคุณแม่และครอบครัวของ พลทหาร ภานุพัฒน์ ที่โรงพยาบาล หลังจากคุณแม่ทราบข่าวว่าลูกชายเสียชีวิตในสมรภูมิรบ ทำให้เกิดอาการช็อก ต้องส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นการด่วน ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว

นางพิชญ์สินี เสาร์สา อายุ 41 ปี มารดาของพลทหารภานุพัฒน์ เปิดเผยว่า ตนมีบุตรทั้งหมด 3 คน โดยพลทหารภานุพัฒน์เป็นบุตรชายคนโต สมัครเป็นทหารผ่านระบบออนไลน์เมื่ออายุ 18 ปี ปกติลูกชายจะโทรศัพท์มาหาแม่เกือบทุกวัน แต่ครั้งนี้ขาดการติดต่อไปนานถึง 2 วัน ล่าสุดที่ได้พูดคุยกัน ลูกบอกว่ากำลังขนระเบิดขึ้นแนวหน้า และหลังจากนี้จะมีการรบกันอย่างหนัก พร้อมพูดกับแม่เสมอว่า แม่ต้องเผื่อใจไว้ หากลูกเป็นอะไรไป แม่ต้องเข้มแข็ง

ความฝันของพลทหารภานุพัฒน์ คืออยากเป็นทหารและเรียนต่อ เพื่อให้มียศมีตำแหน่งที่สูงขึ้น และหวังอยากเป็นเสาหลักหาเงินส่งเสียน้องทั้งสองคนให้ได้เรียนหนังสือจนจบสูง ๆ โดยขณะเรียนอยู่ชั้น ม.2 ลูกชายเคยถูกเพื่อนแกล้งจนต้องออกจากโรงเรียน และไปเรียนต่อในระบบ กศน. ด้วยความหวังอยากมียศมีตำแหน่ง และอยากเป็นนายสิบ แม่จึงแนะนำให้สมัครเป็นทหารผ่านระบบออนไลน์

นิสัยของพลทหารภานุพัฒน์เป็นคนดี ชอบดูแลครอบครัว ดูแลน้อง ๆ ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะหรือปัญหากับใคร ก่อนที่พลทหารภานุพัฒน์จะเสียชีวิตจากเหตุระเบิดไม่ถึง 1 เดือน ลูกชายเคยฝันและมาเล่าให้แม่ฟังว่า ฝันเห็นผู้เฒ่าผู้แก่ในบ้านมาหาและให้กราบเท้า พร้อมบอกให้กลับบ้าน แต่ในความฝัน ลูกชายตอบกลับไปว่า จะกลับได้อย่างไร ในเมื่อยังทำหน้าที่รับใช้ชาติอยู่

พลทหารภานุพัฒน์เคยบอกแม่ว่า จะขอรบเพื่อทวงคืนปราสาทตาควายให้คนไทย ตนเองรู้สึกว่าสิ่งที่ลูกฝันเป็นลางร้าย แต่ไม่กล้าบอกลูก ได้เพียงบอกไปว่า หากอยากกลับบ้านให้บอกแม่ได้เสมอ แต่ลูกชายตอบกลับมาว่า ไม่ได้หรอกแม่ ผมรักชาติไปแล้ว จะขอสู้และรบเพื่อชาติ หากต้องตายก็ขอตายอย่างภาคภูมิใจ จนถึงวันนี้ ลูกชายได้เสียสละชีวิตเพื่อชาติจริง ๆ ตนรู้สึกภูมิใจที่ลูกได้ทำตามคำพูดที่เคยบอกไว้กับแม่ อีกทั้งลูกชายยังสั่งเสียว่า แม่ต้องกินข้าว กินยา และพักผ่อนให้มาก จะได้มีแรงทำบุญให้ลูก

ด้าน น.ส.สุชาวดี  อายุ 15 ปี น้องสาวของพลทหารภานุพัฒน์ เปิดเผยว่า ครั้งล่าสุดที่พี่ชายกลับบ้าน หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการรบครั้งแรก พี่ชายได้ชวนครอบครัวไปเที่ยว และพูดว่า หากเกิดสงครามขึ้นอีกครั้ง แล้วพี่ไปรบและเกิดเสียชีวิตจากระเบิด ก็จะไม่ได้กลับมาพบครอบครัวอีก จะไม่ได้มานั่งคุยกันอีก น้องสาวกล่าวทั้งน้ำตาว่า รักพี่ชายคนนี้มาก เพราะพี่สมัครเป็นทหาร ทำงานหนักเพื่อส่งเสียให้น้อง ๆ ได้เรียนหนังสือสูง ๆ รู้สึกภูมิใจในพี่ชายคนนี้มาก และหลังจากสูญเสียพี่ชายไป หากเป็นไปได้ในตอนนี้ อยากได้พี่ชายกลับคืนมาอีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง