คนขับรถแท็กซี่ ป่วนด่านตรวจ

View icon 22
วันที่ 1 ม.ค. 2569 | 07.08 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ตำรวจตั้งด่านตรวจช่วงปีใหม่ เรียกตรวจรถแท็กซี่ สงสัยว่าไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ลุงคนขับไม่พอใจ ยกมือถือไลฟ์เฟซบุ๊กป่วน พร้อมเล่นละครฉากใหญ่

นายวินัย คนขับรถแท็กซี่ ไลฟ์เฟซบุ๊กป่วนด่านตรวจ บริเวณหน้า สภ.กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม หลังถูกเรียกตรวจใบขับขี่ ตำรวจสงสัยว่า นายวินัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

นายวินัย ยืนยันว่าคาดเข็มขัด มิเช่นนั้นตำรวจต้องได้ยินเสียงเตือน ตำรวจอธิบายว่าทำตามหน้าที่ก็ไม่จบ นายวินัย ยังเดินไลฟ์ด่านตรวจ ตั้งข้อสังเกตป้ายหยุดระยะเกิน 50 เมตรไหม, ท้าทายตำรวจเขียนใบสั่ง แต่ก็ปฏิเสธรับ

จนตำรวจเข้าไปเตือน นายวินัย ให้ไปถ่ายไกล ๆ มองในคลิปอาจจะคิดว่าตำรวจไปผลัก แต่ในฝั่งตำรวจก็มีคลิปยืนยันว่า ไม่ได้ผลักนายวินัยแต่อย่างใด

นายวินัย ยังป่วนตำรวจไม่เลิก จน รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม เข้ามาพูดคุย รับปากจะไปตรวจสอบข้อเท็จจริง หากตำรวจผลักนายวินัยโดยไม่มีเหตุสมควร จะตักเตือนลงโทษตามระเบียบ แต่หากยังติดใจก็แนะนำให้ไปแจ้งความ

หลังชาวเน็ตเห็นคลิปหลักฐาน กระแสตีกลับไปหา นายวินัย เจ้าตัวตอบกลับในคอมเมนต์ พร้อมภาพถ่ายขณะวัดความดัน ตัวเลขพุ่งสูง บอกว่า ตนเองกำลังจะก้าว แต่ตำรวจดันมา ตนเองเข้าแจ้งความเรียบร้อย 

นายวินัย ยังได้ถ่ายคลิปนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล บอกว่า มารักษาขาที่ได้รับบาดเจ็บ ยังมีอาการปวดเหมือนเดิม เขียนข้อความ "ปีใหม่ปีนี้เพื่อน ๆ เขาก็ไปเที่ยวกัน #แต่เรามานอนฉีดยาที่โรงพยาบาล"

ทีมข่าว 7HD ลงพื้นที่ด่านตรวจ สภ.กำแพงแสน ตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ให้ข้อมูลเหตุเกิด 10.30 น. สังเกตเห็นผู้ก่อเหตุไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย จึงเรียกหยุด ตรวจใบอนุญาตขับขี่ ผู้ก่อเหตุไลฟ์เฟซบุ๊กด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว โวยวาย นานกว่า 10 นาที ตำรวจจึงเข้ามาตักเตือน เพราะกีดขวางการจราจรและปฏิบัติงาน พอเอามือไปแตะที่แขนลุงแท็กซี่ก็ทิ้งตัวล้มทันที ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร หลังคุยกันไม่รู้เรื่อง จึงแนะนำให้ไปแจ้งความ

ช่วงเย็น นายวินัย ก็เข้าแจ้งความที่ สภ.กำแพงแสน พนักงานสอบสวนตรวจสอบกล้องติดหมวกของตำรวจ เห็นชัดเจนว่าเป็นการแกล้งล้ม อยู่ระหว่างหารือกับผู้บังคับบัญชา พิจารณาแจ้งความกลับ ฐานแจ้งความเท็จ, หมิ่นประมาทซึ่งหน้า, ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน และ นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ตำรวจย้ำว่า การแจ้งความกลับเพื่อเป็นตัวอย่าง จะได้ไม่มีชาวบ้าน อินฟลูฯ มาป่วนการทำงานของตำรวจแบบนี้อีก เพราะช่วง 2-3 ปี เห็นบ่อยขึ้น คงจะทำไปเพื่อให้ชาวเน็ตถูกใจ โอนเงินบริจาคช่วยเหลือ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง