โจรแสบสวมรอยช่าง เข้าบ้านยายวัย 83 อ้างมาถอดดาวเทียมอันเก่า ก่อนเดินขึ้นไปบนบ้านชั้น 3 แล้วฉกทองคำไป 30 บาท ขณะเกิดเหตุยายวัย 83 ปี อยู่บ้านคนเดียวจึงเดินตามไม่ทัน แต่อย่างไรก็ตามในบ้านมีกล้องวงจรปิด จับภาพไว้ได้อย่างชัดเจน
เมื่อวันที่ 1 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก น.ส.น้อย (นามสมมุติ) อายุ 55 ปี อาชีพพนักงานบริษัท หลังถูกคนร้ายเป็นชาย 1 ราย ก่อเหตุขโมยทรัพย์สินภายในบ้านพัก โดยได้กระเป๋าเป้สีดำ ภายในบรรจุทองรูปพรรณน้ำหนักรวมประมาณ 30 บาท เหตุเกิดภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา
น.ส.น้อย เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.68 เวลาประมาณ 14.30 น. ตนออกจากบ้านไปทำธุระ โดยไม่ได้ล็อกกุญแจ เพียงแค่ลงกลอนประตูไว้ จากนั้นกลับเข้าบ้านอีกครั้งในเวลาประมาณ 16.00 น. โดยยังไม่ทันสังเกตสิ่งผิดปกติ กระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. ขณะกำลังจะอาบน้ำและขึ้นไปนอน ได้สังเกตเห็นบริเวณเตียงนอนมีความผิดปกติ เสื้อผ้าบริเวณปลายเตียงถูกหนีบติดไว้กับประตู ซึ่งไม่เหมือนกับสภาพตอนออกจากบ้านในช่วงเช้า อีกทั้งเดือยกุญแจตู้เสื้อผ้าที่เคยเก็บไว้กลับโผล่ออกมา เมื่อตรวจสอบจึงพบว่ากระเป๋าที่ใส่ทองรูปพรรณได้หายไปทั้งหมด ทำให้รู้สึกตกใจอย่างมาก ก่อนจะตะโกนเรียกแม่ว่ามีขโมยขึ้นบ้านหรือไม่
น.ส.น้อย กล่าวต่อว่า แม่ของตนถึงกับช็อก ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก และไม่สามารถให้ปากคำได้ในทันที เนื่องจากอยู่ในอาการตื่นตระหนกอย่างหนัก ต่อมาเมื่อไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง แม่ก็ยังพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง ตำรวจจึงแนะนำให้ตนกลับมาสอบถามแม่อย่างละเอียดอีกครั้ง จึงได้พูดคุยกันอย่างใจเย็น กระทั่งแม่เริ่มเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง
จากการสอบถามแม่ตนบอกว่า ในช่วงบ่ายของวันเกิดเหตุ มีชายคนหนึ่งขับรถจักรยานยนต์มาจอดข้างบ้าน รูปร่างสันทัด สวมเสื้อสีดำ กางเกงยีนส์ อ้างตัวว่าเป็นพนักงานจะมาถอดจานดาวเทียม ซึ่งจานดังกล่าวเป็นของเก่าที่ติดตั้งมานานและไม่ได้ใช้งานแล้ว แม่บอกไปว่าไม่จำเป็นต้องถอด แต่คนร้ายไม่ฟัง กลับเดินเข้ามาในบ้านและขึ้นไปยังชั้น 3 ทันที แม่พยายามเดินตามขึ้นไป แต่ด้วยอายุที่มากทำให้เดินไม่ทัน เมื่อแม่ขึ้นถึงชั้น 3 คนร้ายได้สวนลงมาทางชั้น 2 แล้วรีบออกไป แม่ไม่ทันสังเกตว่ามีทรัพย์สินสูญหาย เนื่องจากภายในบ้านยังดูปกติ ไม่มีร่องรอยการรื้อค้นแต่อย่างใด
น.ส.น้อย กล่าวอีกว่า จุดที่คนร้ายก่อเหตุเป็นตำแหน่งที่เก็บของมีค่าโดยตรง ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าทองรูปพรรณถูกเก็บไว้ตรงไหน และไม่ได้มีการค้นหาทรัพย์สินจุดอื่น ทำให้ตนเกิดความสงสัย แต่แม่ยืนยันว่าไม่ได้บอกข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินให้คนร้ายทราบ ตนเองก็ยังไม่กล้าตั้งข้อกล่าวหาใด ๆ และไม่แน่ใจว่าแม่อาจถูกป้ายยาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หลังตนกลับเข้าบ้านในช่วงเย็น แม่ยังมีอาการปกติ ยิ้มแย้ม ไม่แสดงท่าทีผิดสังเกต
สำหรับทรัพย์สินที่สูญหาย เป็นทองรูปพรรณน้ำหนักรวมประมาณ 30 บาท เป็นของแม่ ของตนเอง และของน้องสาวรวมกัน แม่อายุ 83 ปี มีโรคประจำตัวคือกระดูกบาง แต่ไม่มีโรคอื่น และยังช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติ ภายในบ้านได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้เพื่อดูแลแม่ ทำให้สามารถบันทึกภาพใบหน้าคนร้ายได้อย่างชัดเจน ถือเป็นความโชคดี เนื่องจากคนร้ายน่าจะไม่ทราบว่ามีกล้องวงจรปิด จึงไม่ได้ปิดบังใบหน้า
หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ให้ความร่วมมือและคำแนะนำเป็นอย่างดี ขณะนี้คดีมีความคืบหน้า และเชื่อว่าจะสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ในเร็ว ๆ นี้
น.ส.น้อย กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้แม่ของตนมีอาการเครียด หมดกำลังใจ ไม่ค่อยยิ้มแย้มเหมือนเดิม อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ไม่ว่าจะได้ทรัพย์สินคืนทั้งหมดหรือได้คืนเพียงบางส่วนก็ยังดี ตนบอกกับแม่เสมอว่าโชคดีแล้วที่คนร้ายไม่ได้ทำอันตราย หากเกิดเหตุร้ายขึ้นกับแม่ ตนคงไม่มีโอกาสเรียกแม่อีกต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ ทรัพย์สินยังสามารถหาใหม่ได้ แต่ชีวิตและความปลอดภัยของแม่มีค่ามากที่สุด
สุดท้ายตนอยากฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ตามลำพัง หากจำเป็นต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ควรดูแลเรื่องความปลอดภัยให้รัดกุม ล็อกบ้านให้แน่นหนา และกำชับผู้สูงอายุไม่ให้เปิดบ้านหรือให้คนแปลกหน้าเข้ามาภายใน เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น พร้อมย้ำว่าตนยังถือว่าโชคดีที่เหตุการณ์ไม่รุนแรงไปมากกว่านี้ และยังมีแม่อยู่เคียงข้างให้ดูแลต่อไป