ข่าวเย็นประเด็นร้อน - กองทัพยืนยัน ปฏิบัติการของไทยในการเข้ายึดพื้นที่ก่อนหยุดยิง 72 ชั่วโมง เป็นพื้นที่ของไทยทั้งหมดที่กัมพูชาเข้ามายึดครอง
ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้แจงต่อรายงานข่าวของสื่อมวลชนต่างประเทศบางสำนัก ที่ระบุว่าประเทศไทยใช้กำลังยึดดินแดนของกัมพูชา และห้ามชาวกัมพูชากลับบ้านพัก ซึ่งถ้อยคำดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสถานะทางกฎหมายของพื้นที่ เพราะยืนยันได้ว่าการปฏิบัติของฝ่ายไทยเกิดขึ้น ภายในอาณาเขตของประเทศไทย และในพื้นที่ใกล้บริเวณที่มีข้ออ้างสิทธิทับซ้อน ซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการตามกลไกทวิภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศ แต่มิใช่การรุกรานหรือการยึดครองดินแดนของรัฐอื่น ที่ไทยดำเนินการเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ป้องกันการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน ควบคุมสถานการณ์และลดระดับความตึงเครียด เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัว
ที่ไทยยึดมั่นในกฎบัตรสหประชาชาติ หลักกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักการใช้กำลังเท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วน โดยสันติวิธี การเจรจา และความร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งสู่การแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืน และพร้อมให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักฐานที่เกี่ยวข้องแก่สื่อมวลชนและภาคีระหว่างประเทศ บนพื้นฐานของความโปร่งใสและความเคารพซึ่งกันและกัน
ขณะที่กองทัพเรือ พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ บอกถึงสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ทางทะเลจังหวัดตราด และอาณาเขตทางทะเลของไทยกลับสู่ภาวะปกติ เรือประมงทุกลำสามารถออกเรือทำการประมงได้ตามปกติในพื้นที่จังหวัดตราด และอาณาเขตทางทะเลของประเทศไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และกองทัพเรือยังคงปฏิบัติภารกิจในการรักษาอธิปไตย คุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
รวมถึงดูแลการประกอบอาชีพประมงโดยสุจริตอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ตลอด 24 ชั่วโมง หากประสบเหตุฉุกเฉินทางทะเล หรือการกระทำที่เข้าข่ายการรุกล้ำอาณาเขตอธิปไตยทางทะเลของไทย สามารถแจ้งสายด่วนกองทัพเรือ 1696 หรือโทรศัพท์หมายเลข 0 3843 8008 ตลอด 24 ชั่วโมง