ต้อนรับปีใหม่ 69 เมาขับสะสม 4 วัน 2,793 คดี นนทบุรี แชมป์มากสุด 290 คดี

ต้อนรับปีใหม่ 69 เมาขับสะสม 4 วัน 2,793 คดี นนทบุรี แชมป์มากสุด 290 คดี

View icon 36
วันที่ 3 ม.ค. 2569 | 11.16 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ปีใหม่ 69 เมาขับพุ่ง 1,401 คดี สะสม 4 วัน รวม 2,793 คดี นนทบุรี แชมป์มากสุด 290 คดี คุมประพฤตินำผู้กระทำผิด รณรงค์เป็นพลังความปลอดภัยทางถนน

วันนี้ (3 ม.ค.69) ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผยผลการติดตามสถานการณ์คดีในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 ว่า วานนี้ (2 ม.ค.69) ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการดำเนินมาตรการควบคุมเข้มข้น พบว่ามีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ รวมทั้งสิ้น 1,401 คดี โดยคดีส่วนใหญ่เป็นความผิดฐานขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 1,349 คดี คิดเป็นร้อยละ 96.29 คดีขับเสพ จำนวน 51 คดี คิดเป็นร้อยละ 3.64 และคดีขับซิ่ง จำนวน 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.07

695899197631e3.78839613.jpg

ขณะที่ยอดคดีสะสมตลอด 4 วัน (30 ธ.ค.68 – 2 ม.ค.69) รวมทั้งสิ้น 2,959 คดี แบ่งเป็น
ขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 2,793 คดี คิดเป็นร้อยละ 94.39
ขับเสพ จำนวน 160 คดี คิดเป็นร้อยละ 5.40
ขับรถประมาท จำนวน 4 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.14
ขับซิ่ง จำนวน 2 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.07

69589919be7218.25805160.jpg

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งมีคดีขับรถขณะเมาสุราจำนวน 1,997 คดี พบว่าในปีนี้ มีจำนวน 1,401 คดี ลดลง 596 คดี

สำหรับจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. นนทบุรี จำนวน 290 คดี 2. กรุงเทพมหานคร จำนวน 241 คดี และ สมุทรปราการ จำนวน 178 คดี

6958991a181280.54416603.jpg

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศดำเนินกิจกรรมด้านการป้องกันและรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ นำผู้ถูกคุมความประพฤติใน 4 ฐานความผิด ได้แก่ ขับรถขณะเมาสุรา ขับเสพ ขับรถโดยประมาท และขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ร่วมกับอาสาสมัครคุมประพฤติ เข้าสังเกตการณ์สภาพการจราจรและพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนน ผ่านระบบกล้อง CCTV ตามถนนสายหลัก ถนนสายรอง ทางแยก และจุดสำคัญต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ 

การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ถูกคุมความประพฤติได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง มองเห็นพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ใช้รถใช้ถนน สามารถวิเคราะห์ปัจจัยที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ของตนเองให้เป็นไปตามกฎหมายและมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากยิ่งขึ้น