พบ "กัมพูชา" เคลื่อนไหว แต่ยังไม่คุกคาม

View icon 133
วันที่ 3 ม.ค. 2569 | 16.20 น.
เจาะประเด็นข่าว 7HD
แชร์
เจาะประเด็นข่าว 7HD - "กัมพูชา" ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ ยังไม่มีสัญญาณคุกคามเด่นชัด แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ 100% หลังผ่านช่วงลงนาม ช่วง 72 ชั่วโมง ตอนนี้เริ่มเห็นออกเดินลาดตระเวนแล้ว

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการปะทะที่เกิดขึ้นทั้ง 2 ครั้ง จุดเริ่มต้นเกี่ยวข้องกับการเดินลาดตระเวนแบบนี้ เดินอย่างเดียว ปะทะคารมกันบ้าง ยังพอทน แต่พอแอบลอบข้ามมาวางทุ่นระเบิด เพื่อหวังให้ทหารไทยสูญเสีย อันนี้คงทนไม่ได้แล้ว ฉะนั้นแม้จะเป็นเพียงการลาดตระเวน แต่ทหารไทยก็จับสังเกตไม่วางตา ไม่ประมาทในการเฝ้าระวังอีก

นักวิเคราะห์มองภาพรวมตอนนี้ถือว่าไทยได้เปรียบทางชัยภูมิ เพราะยึดพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ได้ 90-95% ส่วน กัมพูชา เสียเปรียบกว่า ทำให้แสดงออกด้วยท่าทีไม่ยอมรับการยึดของพื้นที่ของไทย พยายามจะกดดันให้ไทยต้องยอมถอยกลับไปสู่เส้นแบ่ง ก่อนการปะทะ และขู่จะฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือศาลโลก กล่าวหาว่าไทยใช้กำลังเปลี่ยนแปลงเขตแดน

ดูได้จากเอกสารที่ กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ออกแถลงการณ์ประท้วงไทย ล่าสุด มีการอ้างว่าถูกละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ถูกไทยยึดครองพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ บันเตียเมียนเจย โพธิสัฐ พระวิหาร อุดรมีชัย กล่าวหาว่าการกระทำของไทยขัดต่อกฎบัญชาสหประชาชาติ และอนุสัญญาเจนีวา ทำลายกระบวนการปักปันเขตแดน สร้างสถานการณ์รวบยอด พร้อมเรียกร้องให้ไทยยุติกิจกรรมทางทหาร ถอนกำลัง รวมถึงอุปกรณ์ทั้งหมดออกจากพื้นที่ ให้กลับไปปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของข้อตกลงหยุดยิง และแนวทางสันติวิธี และเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนการแก้ไขข้อพิพาท

ขณะที่อีกทางก็ใช้ไม้อ่อนควบคู่ ด้วยการเชื้อเชิญเปิดด่านชายแดนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ หวังลดแรงกดดันภายในประเทศ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพดล กรรณิกา นักวิชาการอิสระ โพสต์มุมมองถึงการสู้รบไทย-กัมพูชา ว่า การชนะในโลกยุคปัจจุบัน ไม่ได้จบแค่การใช้กำลัง แต่ยังต้องตัดสินด้วยเอกสาร คำแถลง โดยเฉพาะการสื่อสารของกัมพูชา ที่แสดงออกชัดเจนว่าไม่ยอมรับอธิปไตยไทย ยืนยันใช้สนธิสัญญาฉบับเดิม และดึงไทยเข้าสู่กลไกที่ตัวเองเคยชนะ ฉะนั้นถ้าไทยยังนิ่ง จะกลายเป็นข้อเสียเปรียบทางกฎหมาย และการทูตใจเวทีนานาชาติ ควรมีมาตรการรุกที่ได้ผล เช่น ออกเอกสารรัฐโต้แย้ง ประท้วงอย่างเป็นทางการต่อกัมพูชา ทหารต้องอยู่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เปิดเผยว่ามี "ฐาน" เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า พื้นที่นี้อยู่ภายใต้การควบคุม เป็นพยานเงียบของไทย พร้อมกับทบทวนการเจรจาที่ไม่เป็นธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง