ข่าวภาคค่ำ - ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ยืนยัน ประเทศไทยไม่เคยรุกล้ำเขตแดน ปฏิบัติการตามกฎบัตรสหประชาชาติ พร้อมแก้ปัญหาแบบทวิภาคี หลัง กัมพูชา ทำหนังสือกล่าวหาไทย รุกล้ำดินแดน
ประเทศไทย ไม่รุกล้ำอธิปไตยเพื่อนบ้าน
และจากที่กัมพูชาส่งหนังสือประท้วง กล่าวหาไทยรุกล้ำดินแดน 4 จังหวัด ประเทศกัมพูชา และขอประชาคมโลกช่วยจับตา เรียกร้องยุติกระทำการทางทหาร ถอนกำลังพลทันที
เรื่องนี้ พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บอก ประเทศไทย ขอปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการรุกล้ำดินแดนอย่างสิ้นเชิง
เพราะไทยเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกประเทศ ยึดหลักการไม่ใช้กำลังตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมที่ไทยและกัมพูชาเห็นชอบร่วมกันอย่างเคร่งครัด ประเทศไทย ปฏิบัติตามกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน และยึดมั่นแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี เจรจาทวิภาคี โดยเฉพาะ กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC
กัมพูชาไม่นิ่ง ขยับปรับพื้นที่ ปราสาทพระวิหาร
เป็นการตรวจสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวานนี้ ของกองทัพภาคที่ 2 บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ แนวพระวิหารพบการเคลื่อน พบรถไถบรรทุกไม้และแผ่นปูน เคลื่อนที่ไปทางช่องตาเฒ่า คาดว่าเป็นการปรับปรุงหรือเสริมความแข็งแรงของที่ตั้งทางทหาร นอกจากนี้ ยังพบรถกระบะสีดำ 1 คัน ส่งกำลังพลฝ่ายกัมพูชาประมาณ 8-10 นาย บริเวณทางขึ้นปราสาทพระวิหาร รวมถึงการเคลื่อนย้ายกำลังพลที่แบกกระสอบและสัมภาระเคลื่อนจากบริเวณหน้าวัดแก้วขึ้นไปบนตัวปราสาทพระวิหาร
แนวชายแดน สุรินทร์-บุรีรัมย์-อุบลราชธานี เงียบ
และตลอดทั้งวัน ภาพรวมพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในภาวะสงบ อยู่ระหว่างการวางกำลังและเตรียมความพร้อมตามปกติ ไม่ปรากฏเหตุปะทะ การใช้อาวุธ หรือการเคลื่อนกำลังขนาดใหญ่แต่อย่างใด ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ เงียบสงบ ยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ