ดร.อ้อ-สกลธี ลงพื้นที่กทม.โซนตะวันออก ช่วยผู้สมัคร สส.กทม. เขต 18 และผู้สมัคร สส.กทม. เขต 19 เดินหาเสียง ชู นโยบายแก้ปัญหาให้คนกรุง “ไทยหายจน” มั่นใจประชาธิปัตย์คือคำตอบ
วันนี้ (3 ม.ค.68) ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ และรองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ร่วมกับ นายเชิดพันธุ์ เตี่ยไพบูลย์ (พันธุ์) ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 18 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ เขตหนองจอก (เฉพาะแขวงโคกแฝด แขวงลําผักชีและแขวงลําต้อยติ่ง) เขตลาดกระบัง (เฉพาะแขวงลําปลาทิว) และเขตมีนบุรี (เฉพาะแขวงแสนแสบ) และ น.ส.กานต์ วนาดรวรวิศาล (กานต์) เขต 19 ครอบคลุมพื้นที่ เขตมีนบุรี (ยกเว้นแขวงแสนแสบ) เขตสะพานสูง (ยกเว้นแขวงทับช้าง)
นายสกลธี เปิดเผยว่า นี่ไม่ใช่การลงพื้นที่เขตกรุงเทพฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งแรก แต่ทีม “กรุงเทพฯฟ้าใหม่” พร้อมก่อน เดินก่อน ของพรรค ได้ออกเดินหาเสียงมาอย่างต่อเนื่องหลังวันสมัคร ซึ่งท่านหัวหน้า และท่านแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ได้ลงพื้นที่เคียงข้างมากับผู้สมัคร สส.กทม. ทุกวัน ตั้งแต่เช้าถึงเย็น
“วันนี้เป็นอีกครั้งที่ ดร.การดี และผม ได้จับมือกันเพื่อรวมพลังเดินเท้ามาพบปะพี่น้องประชาชน เพื่อลงมาช่วยผู้สมัคร สส.กทม.ทั้ง 2 เขตหาเสียง โดยชูแนวคิดหลัก "ไทยหายจน" มีนโยบายแก้ไขปัญหาคนกรุงเทพฯ เน้นการสร้างสังคมโปร่งใส ตรวจสอบได้ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมให้คนกทม. มีความสามารถในการสร้างรายได้ให้ตัวเอง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในเมืองใหญ่” นายสกลธี กล่าว
นอกจากนี้ นโยบายกรุงเทพฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ ยังมุ่งเน้นการสร้างงาน สร้างอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ และ SME เพื่อให้มีรายได้มั่นคง รวมถึงการแก้ปัญหาความยากจนในเมือง อีกทั้งนโยบายมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตในกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองและปัญหาปากท้องของคนเมือง
นายสกลธี ยังกล่าวเสริมว่า สำหรับโซนพื้นที่ตะวันออกของกรุงเทพฯ ถือเป็นโซนที่มีการทำเกษตรกรรมอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นนโยบายการประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์น่าจะสามารถตอบโจทย์ในโซนนี้ได้ รวมถึงควรจะมีการปรับชนิดพันธุ์ของการปลูกพืชในโซนนี้ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เช่น การปลูกพืช หรือผักที่มีผลตอบแทนสูงกว่าสิ่งที่เคยทำอยู่ เป็นต้น
นายสกลธี ย้ำหนักแน่นว่า หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคทุกท่าน พร้อมลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส. กทม. ทุกคนหาเสียงอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าทีมประชาธิปัตย์คือคำตอบที่จะทำให้ประเทศไทยกลับมาผงาดได้จริง
ส่วนนายเชิดพันธุ์ เตี่ยไพบูลย์ (พันธุ์) เขต 18 กล่าวว่า หลังลงพื้นที่พบว่าพื้นที่โซนนี้ เป็นพื้นที่ที่มีเกษตรกรจำนวนมาก ซึ่งปัญหาหลักคือ แม้ประชาชนจะทำงานหนัก แต่รายได้กลับมีความไม่แน่นอน ดังนั้น นโยบายการประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ จึงตอบโจทย์พื้นที่นี้โดยตรง รวมถึงการส่งเสริมปรับชนิดพืช ปลูกพืช หรือผักที่ให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งจะสอดคล้องกับเศรษฐกิจจริง เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่นี้สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน
ด้าน น.ส.กานต์ วนาดรวรวิศาล (กานต์) เขต 19 กล่าวว่า หลังจากตนลงพื้นที่เขตสะพานสูง พบว่า ประชากรส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ จึงอยากเน้นนโยบายสาธารณสุขเชิงรุก ในการเข้าถึงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มผู้สูงวัย และผู้ป่วยติดเตียงที่เดินทางไปยังสถานพยาบาลไม่สะดวก นอกจากนี้ ยังมีประเด็นปัญหาน้ำประปาในเขตพื้นที่สะพานสูงที่ไม่ได้คุณภาพ เพื่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ตนอยากเข้ามาช่วยแก้ไขให้ประชาชนพื้นที่แห่งนี้
และประเด็นที่ตนอยากให้ความสำคัญหลังจากลงพื้นที่คือเรื่องปัญหายาเสพติดในชุมชน โดยอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมกันแก้ไขดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อสร้างชมชุนสีขาวร่วมไปกับประชาชนในพื้นที่