ชาวต่างชาติคลั่ง เบิ้นรถบิ๊กไบก์กลางเมืองป่าตองเสียงดังสนั่นควันโขมง ชาวบ้านผวานึกว่าไฟไหม้
เหตุการณ์ถูกเพจข่าวท้องถิ่นบันทึกไว้ได้ ขณะชายชาวต่างชาติ อายุราว 40–50 ปี สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ ใส่รองเท้าแตะ ใช้รถจักรยานยนต์เบิ้นเครื่องอย่างเมามันปล่อยควันดำฟุ้งกระจายเต็มท้องถนน โดยไม่สนใจสายตาและความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่นแม้แต่น้อย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในเขตเทศบาลเมืองป่าตอง ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. วันที่ 4 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
ชาวบ้านในพื้นที่เผยว่า ขณะเกิดเหตุหลายคนตกใจสุดขีด นึกว่าเกิดไฟไหม้หรือรถระเบิด รีบวิ่งออกมาดูสถานการณ์ แต่กลับพบว่าเป็นเพียงความคึกคะนอง ไร้ความรับผิดชอบของนักท่องเที่ยวรายเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น พฤติกรรมลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเมื่อเจ้าหน้าที่ตามจับได้ กลับถูกลงโทษเพียงปรับ 500–1,000 บาท เท่านั้น ซึ่งแทบไม่สะเทือนกระเป๋านักท่องเที่ยวบางรายเลยแม้แต่น้อย จนทำให้หลายคน “ได้ใจ” ไม่เกรงกลัวกฎหมาย คิดว่าจ่ายเงินจบ แล้วก็ทำซ้ำอีก
นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีอายุราว 30–40 ปี และมีพฤติกรรมเสี่ยงอันตรายหลายครั้ง เช่น ขับรถฝ่าไฟแดงโดยไม่สนใจความปลอดภัย ทำให้คนในพื้นที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นสองเท่า เพราะเกรงจะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นในวันใดวันหนึ่ง
นักท่องเที่ยวบางรายถึงขั้นพูดจาท้าทาย อ้างว่ารู้จักตำรวจ มีเงินทำอะไรก็ได้ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่ากฎหมายไทยถูกเหยียบย่ำอย่างไม่เกรงกลัว ทั้งที่ก่อนหน้านี้พฤติกรรมลักษณะนี้เคยเงียบหายไปช่วงหนึ่ง แต่กลับมาระบาดอีกครั้งในช่วงไฮซีซั่น
ชาวบ้านตั้งคำถามแรงว่า ประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยว ไม่ใช่สนามแข่ง ไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ และไม่ใช่ที่ให้ใครมาสร้างความเดือดร้อนตามอำเภอใจ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจริงจังกับการบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มโทษให้เหมาะสม เพื่อปกป้องความปลอดภัยของคนในพื้นที่ พร้อมเสนอให้ทบทวนนโยบายฟรีวีซ่า เพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยวที่เคารพกฎหมายและวัฒนธรรมท้องถิ่น มิใช่ปล่อยให้ “คนกร่าง” เข้ามาสร้างความเดือดร้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนประชาชนต้องอยู่ด้วยความหวาดผวาในบ้านของตัวเอง