ห้องข่าวภาคเที่ยง - ในการสู้รบไทย-กัมพูชา รถถังของไทยถูกนำมาใช้เป็นอีกตัวแปรสำคัญ ในการทำลายขีดความสามารถในการสู้รบของทหารกัมพูชา ซึ่งหลังการสู้รบก็มีการวิเคราะห์จุดดี จุดเสีย และอะไรที่ต้องทำต่อหลังจากนี้
ภาพการยิงกระสุนปืนใหญ่จากรถถัง รุ่น M48 หรือที่ทหารไทยเรียกกันอีกชื่อว่า "กุญชร" โจมตีใส่รถถังรุ่น "T-55" ของกัมพูชา จากบนที่สูง แม้เป้าหมายจะอยู่ไกลลิบ ๆ แต่ก็ไม่พ้นความสามารถของทหารไทย ที่ยิงใส่รถถังของกัมพูชาได้อย่างแม่นยำ
นอกจากการยิงสู้รบบนที่สูง รถถังยังถูกใช้เป็นยานพาหนะแนวหน้าในการบุกตะลุยเข้าสู่ฐานทหารของกัมพูชา อย่างที่รู้กันว่ากัมพูชาสร้างบังเกอร์แอบซุ่มโจมตี ถ้าไม่มีพลังการโจมตีที่รุนแรงพอ ก็ยากที่จะกดดันให้ทหารกัมพูชายอมถอยออกจากสนามรบ
และไม่ใช่ว่าทุกครั้งจะสู้รบได้อย่างปลอดโปร่ง บางจังหวะกระสุนที่ยิงออกไปด้าน ยิงไม่ออก ทหารไทยก็ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้ภารกิจลุล่วง
เพจฯ thaiarmedforce.com โพสต์ถึงการสู้รบที่ผ่านมาว่า รถถังส่วนใหญ่ที่ใช้ต้องยอมรับว่าเป็นรุ่นเก่า มีเกราะบางกว่ารุ่นใหม่ ๆ จริงอยู่ที่รอบล่าสุดนี้ใช้ไม้มาสร้างเป็นเกราะเสริมการทำงานได้ผลอยู่บ้าง แต่ในทางวิศวกรรม เกราะไม้ไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการจะหาซื้อยานเกราะใหม่มาทดแทนทั้งหมดในเวลารวดเร็วก็คงทำไม่ได้ จึงเสนอให้กองทัพฯ พิจารณาปรับปรุงเรื่องเกราะรถถัง และเพิ่มขีดความสามารถในการยิงแทน น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในช่วงนี้
อย่างไรก็ตาม ภารกิจหลักช่วงนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดีแล้ว ก็ถึงคราวต้องสับเปลี่ยนกำลังเอาชุดใหม่เข้าแทนที่ ชาวบ้านที่จังหวัดสระแก้ว เมื่อทราบข่าวก็พากันออกมาโบกธงชาติ แทนคำขอบคุณที่ทหารไทยปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างกล้าหาญ