เช้านี้ที่หมอชิต - กองทัพภาคที่ 1 ย้ำการดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน จังหวัดสระแก้ว รวมทั้งการเก็บกู้ทุ่นระเบิด วางตู้คอนเทนเนอร์ อยู่ในอธิปไตยของไทย
เนื้อหาที่กองทัพภาคที่ 1 ชี้แจง ระบุว่าภายหลังการลงนามในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปกัมพูชา-ไทย (GBC) เมื่อ 27 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา กองทัพภาคที่ 1 โดย กองกำลังบูรพา ได้ปฏิบัติตามถ้อยแถลงฯ อย่างเคร่งครัด
ปัจจุบันดำเนินการจัดระเบียบ 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่บ้านคลองแผง อำเภอตาพระยา, บ้านหนองจาน, บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว รวมทั้งการเก็บกู้ทุนระเบิดสร้างพื้นที่ปลอดภัย โดยอนุญาตให้ประชาชนทั้ง 4 หมู่บ้าน กลับเข้าที่พักอาศัยได้
ส่วนการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ที่รุกล้ำมายังอธิปไตยไทย มีชุดทหารช่างเข้าดำเนินการ โดยปรับ 3 พื้นที่เรียบร้อยแล้ว และวางตู้คอนเทนเนอร์ ริมแนวชายแดน พื้นที่ บ้านหนองจาน และหนองหญ้าแก้ว เรียบร้อยแล้ว เหลือในส่วนของ บ้านคลองแผง อยู่ระหว่างเตรียมลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์เข้ามาวางตามแผน
กองทัพภาคที่ 1 ยืนยัน การจัดระเบียบพื้นที่ และการสร้างสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยตามชายแดน จังหวัดสระแก้ว เป็นไปตามการปฏิบัติในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement และยืนยันดำเนินการในพื้นที่อธิปไตยของไทย เพื่อประโยชน์ และความปลอดภัยของประชาชน เป็นสำคัญ
สำหรับพฤติกรรมกัมพูชา ที่พยายามปกปิดไว้ ต้องบอกว่ายิ่งค้นก็ยิ่งเจอ เมื่อวาน (5 ม.ค.) กรมสรรพาวุธทหารเรือ ร่วมกับทหารช่างนาวิกโยธิน เข้าเคลียร์พื้นที่ภายในกาสิโนทมอดา ก็เจออาวุธยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ ที่ฝ่ายกัมพูชา ซุกซ่อนไว้ มีทั้งเครื่องยิงจรวดต่อสู้รถถัง PF-89 ขนาด 80 มิลลิเมตร, เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 60 มิลลิเมตร, เครื่องยิงจรวดต่อสู้รถถัง RPG-2 และ RPG-7 ลูกปืนไร้แรงสะท้อนขนาด 75 มิลลิเมตร รวมถึงลูกจรวดต่อสู้รถถังแบบ B-40 และยังพบกระสุนปืนหลายขนาดนับ 10,000 นัด ลูกระเบิดขว้างหลายชนิด กระสุนปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 12.7 มิลลิเมตร มีทั้งสภาพเก่าและใหม่ ซึ่งกรมสรรพาวุธทหารเรือ ได้ยึดนำอาวุธบางส่วนไปเก็บรักษา เพื่อตรวจสอบเข้าคลัง ขณะที่อาวุธอีกส่วนหนึ่งจะนำไปทำลายตามขั้นตอน
เมื่อวาน มีวาระประชุมขับเคลื่อนภารกิจสําคัญของกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ย้ำให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าหน้าที่ปกครอง ตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาท ซึ่งหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นอีก เป็นระลอกที่ 3
ส่วนกรณี กัมพูชา ทำหนังสือฟ้องนานาชาติ ว่าไทยใช้กำลังเข้ายึดพื้นที่ และมีการเสนอให้ไทยคืนพื้นที่ดังกล่าวหลังเจรจาหยุดยิง ประเด็นนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันแต่ละประเทศ มีสิทธิที่จะไปทำอะไรก็ได้ ประเทศไทยปกป้องอธิปไตยของประเทศ ปกป้องศักดิ์ศรี เกียรติภูมิ ไม่ทำอะไร ให้เกิดการเสียเปรียบ หรือเสียประโยชน์ และการไม่ยอมรับ การปักปันเขตแดน หลังจากที่ไทยยึดพื้นที่คืนมาได้ ต่างคนต่าง มีอธิปไตยของตัวเอง ประเทศไทย ก็ไม่ยอมให้ใครเข้ามาคุกคาม หรือเข้าล่วงอธิปไตย อย่างแน่นอน
เมื่อวานในระหว่าง นายกรัฐมนตรี ไปพร้อม คุณจ๋า ภริยา เดินทางมาเข้า เฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมา ทำให้ทั้งคู่ได้พบกัน โดยพลเอกประยุทธ์ ยังเอ่ยให้กำลังใจการทำงาน พร้อมให้คำแนะนำการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และยังบอกให้ นายอนุทิน อดทน
สำหรับความช่วยเหลือชาวบ้านชายแดน ที่ได้รับผลกระทบ ตอนนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. ออกมาตรการด่วนช่วยเหลือ ลูกค้า และลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ที่ได้รับผลกระทบในทั้ง 7 จังหวัด
โดยพักชำระค่าธรรมเนียม ค่างวด เป็นระยะเวลา 6 เดือน ที่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการฯ ผ่านช่องทาง ไลน์ หรือสอบถามผ่าน Call Center 02 890 9999 ตามที่ปรากฏทางหน้าจอขณะนี้