ห้องข่าวภาคเที่ยง - เจ้าอาวาสวัดแก้วฟ้าจุฬามณี กรุงเทพฯ ชี้แจง ไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงิน ค่าประกอบพิธีฌาปนกิจที่ผ่านมาของวัด เพิ่งมาทราบพร้อมกับทุก ๆ คน โดยระหว่างนี้จะตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของวัดที่เกี่ยวข้อง
หลังเพจฯ บิ๊กเกรียน ระบุว่า มีนายพลร้องเรียนขอให้ตรวจสอบวัดแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ หลังพบเจ้าหน้าที่ประจำศาลาตั้งศพ
เรียกเก็บค่าใช้จ่ายงานศพตามใจชอบ ครั้งละไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท หากเป็นเจ้าภาพที่มีฐานะ อาจถูกเรียกเก็บในอัตราที่สูงขึ้น ซึ่งหากไม่จ่ายเพิ่มเติม มีการขู่ จะไม่สวด และไม่เผาศพ
เจ้าภาพหลายคนเคยร้องเรียน แต่แก้ไขอะไรไม่ได้ อีกทั้ง เจ้าอาวาสยังอ้างว่า เป็นงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นคนเก่าแก่ของวัด
นายอเนก ฤทธิชัย อายุ 73 ปี เจ้าหน้าที่ของวัดเเก้วฟ้าจุฬามณี ชี้แจงว่า ค่าใช้จ่ายในการทำศพ จะต้องมีค่าเช่าศาลาคืนละ 2,000 บาท และค่าอื่น ๆ ซึ่งเป็นค่าครูบาอาจารย์ ค่ามัดตราสัง 499 บาท และค่าแรงพนักงาน ซึ่งราคาไม่แน่นอนตายตัว เพราะเจ้าหน้าที่วัดไม่ได้เรียกร้อง ขึ้นอยู่กับญาติโยมจะให้หรือไม่ให้ก็ได้ ส่วนค่าดอกไม้ขึ้นอยู่กับญาติโยมไม่เคยมีการบังคับ
พระครูสุทธิ กิจวิธาน รองเจ้าอาวาสวัดแก้วฟ้าจุฬามณี ยอมรับว่า ค่าครูมัดตราสัง ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่วัดเป็นผู้เรียกเก็บ วัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาเคยมีญาติผู้เสียชีวิต บอกถูกเรียกเก็บค่าดำเนินการเป็นค่าตัวสัปเหร่อเพิ่มอีก 500 บาท ต้องให้เจ้าอาวาสวัดเป็นผู้ดำเนินการ เพราะมีอำนาจโดยตรง
พระครูสุภกิจจานุรักษ์ เจ้าอาวาสวัดเเก้วฟ้าจุฬามณี บอกว่า ทางวัดมีบริการอนุเคราะห์เผาศพให้ฟรีกับผู้ยากไร้ ดังนั้นข้อร้องเรียนที่บอก หากไม่จ่ายค่ามัดจำจะไม่สวดไม่เผา จึงไม่เป็นความจริง ส่วนค่ามัดตราสัง ที่เป็นส่วนหนึ่งในพิธี ยอมรับว่า ไม่เคยรู้ว่ามีการเรียกเก็บแพงหรือถูก หลังจากนี้จะไปตรวจสอบอีกครั้ง
ทีมข่าวสอบถามไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ข้อมูลว่า จะถูกหรือแพง ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเจ้าภาพ หากมองว่าเสียเงินเยอะ ก็เปลี่ยนวัดได้ เพราะวัดที่ให้บริการฟรีก็มี ทางสำนักพุทธฯ ไม่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบ เป็นการตกลงกันเองระหว่างวัดกับเจ้าภาพ
ที่ต้องบอกแบบนี้ เพราะว่าเดิมทีวัดไม่ได้มีหน้าที่ทำศพ เป็นการเผากันเอง แต่เมื่อชุมชนขยับขยาย พระก็เข้ามาช่วยจัดการ และเมื่อวันเวลาผ่านไป พอมีคนตายมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงนำร่างไปเผาที่วัด ปัจจุบันจึงมีวัดที่ขอสนับสนุนการทำบุญ และวัดที่ให้บริการฟรี
แต่เรื่องนี้หากมีเงื่อนงำ ว่าปลายทางเงินทำบุญไปเข้ากระเป๋าใคร ก็สามารถร้องเรียนให้ตรวจสอบได้ เนื่องจากเข้าข่ายคดีอาญา ดังนั้น หน้าที่จะตกไปอยู่กับตำรวจ หากมีการร้องเรียน
ขอบคุณภาพจาก : Facebook บิ๊กเกรียน