เทศกาลปีใหม่ ตำรวจดำเนินคดี 4.9 แสนราย ทำผิดกฎจราจร ช่วง 7 วันอันตราย

เทศกาลปีใหม่ ตำรวจดำเนินคดี 4.9 แสนราย ทำผิดกฎจราจร ช่วง 7 วันอันตราย

View icon 87
วันที่ 6 ม.ค. 2569 | 18.28 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ตำรวจดำเนินคดี 4.9 แสนราย ทำผิดกฎจราจร 10 ข้อหาหลัก ในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ ยอดเกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บ เสียชีวิตลดลง โคราชแชมป์เมาแล้วขับ

วันนี้ (6 ม.ค. 69) ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) สรุปผลการดำเนินงานช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 68 ถึง 5 ม.ค. 69 พบว่าภาพรวมสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนมีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน ทั้งจำนวนอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568 สะท้อนถึงประสิทธิภาพของมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนและความร่วมมือของประชาชนในการปฏิบัติตามกฎจราจร

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 เปิดเผยว่า ตลอดช่วงควบคุมเข้มข้น ตำรวจทั่วประเทศได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ทั้งการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การดูแลความปลอดภัย และการบังคับใช้กฎหมายกับพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุร้ายแรง เช่น เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการลดความสูญเสียบนท้องถนน

695cf462d91813.68422726.jpg

ทั้งนี้ ในช่วง 7 วันอันตราย มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดด้านจราจรใน 10 ข้อหาหลัก รวมสะสม 491,436 ราย โดยเป็นการจับกุมการกระทำความผิดใน 5 ข้อหาที่มีการเน้นหนัก ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง รวมสะสม 280,424 ราย สถิติรายจังหวัด/กองบังคับการ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถบังคับใช้กฎหมายใน 10 ข้อหาหลัก ได้มากที่สุด คือ ตำรวจทางหลวง บังคับใช้กฎหมายได้มากถึง 298,499 ราย รองลงมาคือ จ.นครปฐม จำนวน 21,935 ราย อันดับ 3 ได้แก่ จ.อุบลราชธานี บังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลักได้ จำนวน 19,175 ราย

ขณะเดียวกัน ความผิดฐานเมาแล้วขับ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการสูญเสีย มีการดำเนินคดีสะสม 18,098 ราย ในส่วนนี้เป็นการกระทำผิดเมาแล้วขับซ้ำ จำนวน 139 ราย สถิติรายจังหวัดที่ตำรวจสามารถบังคับใช้กฎหมายในข้อหาเมาแล้วขับได้สูงสุด คือ จ.นครราชสีมา 2,001 ราย โดยเป็นแชมป์จับเมาแล้วขับซ้ำได้มากสุดของประเทศด้วย จับกุมได้ถึง 65 ราย รองลงมา คือ จ.เชียงใหม่ จับกุม เมาแล้วขับ 987 ราย และ อันดับ 3 คือ จ.ชลบุรี 935 ราย สะท้อนถึงความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันอันตรายและรักษาชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนน

695cf4632b2256.52607192.jpg

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวอีกว่า ตัวเลขที่ลดลงของอุบัติเหตุและการสูญเสีย ไม่ได้เกิดจากการทำงานของเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของประชาชนที่ตระหนักถึงความปลอดภัย เคารพกฎหมาย และมีวินัยในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน

ด้าน พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะรอง ผอ.ศจร.ตร. กล่าวว่า แม้ช่วงมาตรการควบคุมเข้มข้นเทศกาลปีใหม่จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ภารกิจด้านความปลอดภัยทางถนนยังคงต้องดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยังคงบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนในทุกช่วงเวลา ไม่เฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น

695cf462b041d5.71382191.jpg

ขณะที่ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศจร.ตร. ย้ำว่า ความปลอดภัยทางถนนเป็นเรื่องที่ทุกคนมีส่วนร่วม ขอให้ประชาชนใช้รถใช้ถนนด้วยความไม่ประมาท เคารพกฎหมายจราจร และรักษาวินัยในการเดินทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันลดอุบัติเหตุและความสูญเสียให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยังคงเดินหน้ามาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเดินทางของประชาชนในทุกวัน เป็นการเดินทางที่ปลอดภัย อุ่นใจ และลดการสูญเสียบนท้องถนนอย่างยั่งยืนดภัยในทุกวันอย่างยั่งยืน

695cf4626d49f9.17896299.jpg

ข่าวที่เกี่ยวข้อง