สนามข่าว 7 สี - ความเคลื่อนไหวชายแดน มีการเผยคลิปเพื่อตอกย้ำว่านี่คือ "อธิปไตยของไทย" โดยเจ้าหน้าที่ได้สร้างถนนขึ้นสู่เนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ จุดยุทธศาสตร์สำคัญ และเป็นหนึ่งพื้นที่ยากที่สุดในการยึดคืนจากกัมพูชา
ทางเพจมังกรซ่อนตัว ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ถนนเส้นนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสดุดีวีรกรรมของ จ่าสิบเอก สำเริง คลังประโคน และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา วีรบุรุษทหารไทยผู้สละชีวิตในการปกป้องอธิปไตยของชาติ
การก่อสร้างเกิดขึ้นด้วยความเมตตาและศรัทธาจาก หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล เจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร จังหวัดสุรินทร์ เพื่อให้ชื่อและวีรกรรมของวีรบุรุษทั้งสองคงอยู่ในความทรงจำของแผ่นดินตราบนานเท่านาน
ส่วนความเคลื่อนไหวทางฝั่งกัมพูชา มีทหารกัมพูชานายหนึ่งโพสต์ภาพพร้อมระบุแคปชัน "พื้นที่นี้สำหรับผมในแนวหน้า และในฐานะพลแม่นปืนอันดับที่ 3 ของโลก ระยะทาง 15,000 เมตร อาจดูไกลเกินเอื้อมสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับผมมันคือระยะสังหารที่จัดการได้ง่ายดายเพียงแค่ลมหายใจเดียว เสียมจงระวังไว้"
เพจมังกรซ่อนตัวโพสต์คลิปของทหารกัมพูชาออกมาสาธิตแนวทางเอาตัวรอดในสนามรบ โดยระบุว่า หากตรวจพบโดรนจากฝั่งไทยบินเข้าใกล้ ให้ใช้อาวุธประจำกายยิงทำลายในทันที หากไม่สามารถยิงถูกเป้าได้ ให้ใช้กิ่งไม้หรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวอำพรางและปิดบังตำแหน่ง เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับจากอากาศ และหากได้ยินเสียงเครื่องบินรบ F-16 ให้รีบหลบลงสู่คูเลตโดยเร็ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้
เจ้าตัวยังย้ำว่า แม้ที่ผ่านมาได้ปะทะกับฝ่ายสยามมาแล้วถึง 2 ครั้ง และมีเพื่อนทหารได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แต่ตนเองสามารถเอาชีวิตรอดจากสมรภูมิได้ทุกครั้งจากการปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าว
ทาง กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา แถลงการณ์ว่า นาวิกโยธินของไทยได้ทำการยึดคลังอาวุธของกัมพูชาจากป้อมตำรวจตระเวนชายแดน ไม่ใช่การยึดจากกาสิโนตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมชี้ว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการปล้นสะดม
นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ยังระบุด้วยว่า การเข้ายึดอาวุธภายในป้อมตำรวจกัมพูชาถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการปล้นสะดมที่สะท้อนให้เห็นถึงการใช้กฎหมู่ของรัฐบาลและกองทัพไทยในการรุกรานดินแดนกัมพูชา และฝ่ายไทยจะต้องรับผิดชอบต่อกฎหมายระหว่างประเทศโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เรื่องนี้ พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงว่า การที่ทางการกัมพูชาที่ออกมายืนยันผ่านแถลงการณ์ว่า คลังอาวุธดังกล่าวเป็นของฝ่ายกัมพูชาเอง เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับพยานหลักฐาน ภาพถ่าย และข้อมูลที่ฝ่ายไทยรวบรวมได้จากพื้นที่ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการครอบครอง และการกระทำที่ละเมิดพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาออตตาวาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
กองทัพเรือขอย้ำว่า การปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน และสอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ตรงกันข้าม ซึ่งการมีอยู่ของทุ่นระเบิดสังหารและอาวุธต้องห้ามในพื้นที่ใกล้แนวชายแดน กลับเป็นปัจจัยบ่อนทำลายความเชื่อมั่น และขัดต่อเจตนารมณ์ของผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) วาระพิเศษ ครั้งที่ 3 อย่างร้ายแรง