สุดเจ๋ง! นศ.วอศ.เชียงราย และวอศ.เสาวภา ชนะเลิศในการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ 2026 ณ เมืองฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน
นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ปีนี้มีทีมนักศึกษาอาชีวศึกษา จำนวน 4 ทีม ได้แก่ ทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย วิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี และวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา ที่เดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ 2026 18th International Collegiate Snow Sculpture Contest (ICSSC 2026) ซึ่งจัดโดย Harbin Engineering University (HEU) และ China-Harbin International Ice and Snow Festival ร่วมสนับสนุนและเป็นเจ้าภาพจัดงาน ระหว่างวันที่ 4 – 7 มกราคม 2569 ณ เมือง Harbin สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยการแข่งขันในครั้งนี้ มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 46 ทีม จาก 9 ประเทศ ได้แก่ จีน อังกฤษ ไทย โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ มาเก๊า ฮ่องกง มาเลเซีย และยูเครน
ซึ่งผลปรากฏว่า ทีมนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย และวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา ชนะเลิศได้รับรางวัลที่ 1 ส่วนทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ได้รับรางวัลที่ 2 และวิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี ได้รับรางวัลที่ 3 โดยทั้ง 4 ทีมได้รับรางวัลพร้อมประกาศนียบัตร
รางวัลที่ 1
ทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ซึ่งประกอบด้วยนักศึกษาชั้น ปวช.3 สาขาวิชาวิจิตรศิลป์ ได้แก่ นางสาวจิรปรียา ยานะนวล นางสาวกัลยาภรณ์ ไชยชมพล นางสาวมริสา แบแจกู่ นางสาวฐิรกาญจน์ สิริพิบูลธรรม โดยมี ครูผู้ควบคุม ได้แก่ นายพงษ์พิสิฐ ขันจันทร์แสง และ นางสาวศุภรัตน์ หาญศึก ชื่อผลงาน ปลากัดที่เบ่งบานในแดนหิมะ เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจใน “ปลากัดไทย” สัญลักษณ์ของความงดงาม ความแข็งแกร่ง และจิตวิญญาณนักสู้ของคนไทย ปลากัดทั้ง สี่ตัว ถูกออกแบบให้ ว่ายวนรอบลูกโลก ลดหลั่นกันเป็นลำดับ เปรียบเสมือนกระบวนการเติบโตทางปัญญาตามแนวคิด “บัวสี่เหล่า” ในพระพุทธศาสนาจากผู้ที่ยังไม่พร้อมรับแสงแห่งปัญญา จนถึงผู้ที่พร้อมเบ่งบานและเข้าถึงความตื่นรู้ ปลากัดตัวแรกสะท้อน บัวใต้น้ำ ผู้ที่ยังต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อเรียนรู้และเข้าใจโลก ปลากัดตัวที่สองสื่อถึง บัวปริ่มน้ำ ผู้ที่เริ่มเปิดใจรับโอกาสและพร้อมจะพัฒนา ปลากัดตัวที่สามแทน บัวพ้นน้ำ ผู้ที่มองเห็นเส้นทางแห่งปัญญาได้อย่างชัดเจน ปลากัดตัวที่สี่คือ บัวที่จะบานในวันรุ่งขึ้น ผู้ที่พร้อมเบ่งบานเต็มศักยภาพ ก้าวสู่ความสำเร็จด้วยความงดงามภายใน
การจัดลำดับการว่ายของปลากัดทั้งสี่จึงไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาความรู้ แต่ยังสะท้อน “การฟันฝ่า” เส้นทางชีวิตอันเปี่ยมความพยายาม เหมือนปลากัดที่ต้องต่อสู้เพื่อรอด เติบโต และเปล่งประกายด้วยตัวของมันเอง ดอกบัวที่กึ่งกลางองค์ประกอบจึงกลายเป็นศูนย์รวมของการงอกงามทางสติปัญญา ขณะที่ ลูกโลกด้านหลัง แทนเป้าหมายสำคัญในการพัฒนา คือการก้าวออกไปสู่สายตาของโลกด้วยคุณค่า ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์แบบไทย เมื่อสัญลักษณ์ปลากัด บัว และลูกโลก ได้ผสานเข้ากับ “หิมะ” ซึ่งเป็นวัสดุหลักในการแข่งขันครั้งนี้ หิมะจึงไม่ใช่เพียงสภาพแวดล้อมอันเยือกเย็น หากแต่เป็น ความท้าทายใหม่ และในขณะเดียวกันก็เป็น พื้นที่แห่งโอกาสใหม่ เพราะงานแกะสลักหิมะต้องการความประณีต ความอดทน และสมาธิ เหมือนเส้นทางของผู้เรียนที่ต้องใช้ปัญญา ความพยายาม และความกล้าฝัน เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดและเติบโตในทุกสถานการณ์ ดังนั้น ผลงานนี้จึงเป็นภาพแทนของการเดินทางจาก “ผู้เรียนรู้” สู่ “ผู้เบ่งบาน” ที่พร้อมนำความเป็นไทยออกสู่เวทีนานาชาติด้วยความภาคภูมิใจ “สร้างฝันด้วยหิมะ จุดประกายอนาคตด้วยสติปัญญา”
ทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา ประกอบด้วย นักศึกษาสาขาวิจิตรศิลป์ ได้แก่ น้องภูเขา นายอติคุณ ทวีวิไลศิริกุล ชั้นปวช.2 น้องกันดั้ม นายอภิโชค จันทนะ ชั้นปวช.3 น้องตัส นายฐิติรัตน์ แสงจิรัง ชั้นปวช.3 และ น้องแอ๋ม นางสาวปานรดา ทิพยจันทร์ ชั้นปวช.3 โดยมีครูผู้ควบคุม ได้แก่ นายศรชัย ชนะสุข และนายสุกฤษ สุธญพลาวุฒิ ชื่อผลงาน “เทพีแห่งชีวิต - ผู้ประทานน้ำ” ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อน ทำให้น้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตและฝังรากลึกในประเพณี วัฒนธรรม และความเชื่อต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน น้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อการอยู่รอดของสรรพสิ่งทั้งเล็กและใหญ่ เปรียบเสมือนมารดาผู้หล่อเลี้ยงชีวิต ดังนั้น น้ำจึงมีความสำคัญต่อการกำเนิดและการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง
สิ่งนี้ถูกนำเสนอผ่านงานศิลปะไทยร่วมสมัย ซึ่งมีลักษณะเด่นคือท่าทางอันสง่างามของสตรีผู้เป็นมารดา เพื่อแสดงถึงความเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างน้ำและการให้กำเนิดชีวิต ภาพแสดงให้เห็นสตรีคนหนึ่งกำลังบีบน้ำจากเส้นผมของเธอเพื่อหล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตทั้งปวง
รางวัลที่ 2
ทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ประกอบด้วย นักศึกษาสาขาวิจิตรศิลป์ ได้แก่ “น้องมินนี่” นางสาวกมลชนก สุทธิคุณ ชั้นปวช. 2 “น้องหนูดี” นางสาวฐานวดี หรรษาพันธุ์ ชั้นปวช.2 “น้องทิว” นายเตวิชพศุตม์ พุทสะลา ชั้นปวช.2 และ“น้องไดมอนด์” นายณัชพล ญาวงศ์ ชั้นปวช.3
โดยมีครูผู้ควบคุม ได้แก่ นายสุระชาติ พละศักดิ์ และนายพิศิษฐ์ อู่ศิริกุลพาณิชย์ ชื่อผลงาน “มรดกแห่งบรรพการ: จุดประกายฝันใต้เงาหิมะ” นำเสนอพลังของ มรดกบรรพการด้านคณธรรมและความอุดมสมบูรณ์ ผ่านสัญลักษณ์ของ พระแม่โพสพ และ กวนอู ที่หลอมรวมเป็นรากฐานแห่งความมั่นคง เพื่อจุดประกายความฝันและพลักสร้างสรรค์ใหม่ ความเคลื่อนไหวของ ปลากัดไทย – จีน สื่อถึงพลังขับเคลื่อน ขณะที่ รวงข้าว แทนความอุดมสมบูรณ์ และ หางนกยูง แทนความรุ่งเรือง ทั้งหมดอยู่ภายใต้แนวคิด “ความฝันใต้เงาหิมะ” ซึ่งหมายถึงการเริ่มต้นใหม่ ความบริสุทธิ์ และความหวังในการสร้างอนาคตจากรากฐานอันทรงคุณค่าของอดีต
รางวัลที่ 3
ทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี ประกอบด้วย 1. “น้องแมค” นายกิตติพันธ์ คงชนบท ปวช ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาวิจิตร์ศิลป์ 2.”น้องวา” นายปฏิภาณ พลชารี ปวช ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาวิจิตร์ศิลป์ 3. “น้องวันชัย”นายวันชัยชนะ จ่าโนนสูง ปวช ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาวิจิตร์ศิลป์ 4. “น้องบีม” นายภัทรภูมิ เจียรนิมิต ปวส.ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาออกแบบนิเทศศิลป์ โดยครูผู้ควบคุม ได้แก่ นายวสันต์ เมฆฉาย และนายกิตติพล วิเชียรเชื้อ รองผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ชื่อผลงาน “เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต” การศึกษาเปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต จุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่จุดประกายการเดินทางแห่งการดำรงอยู่ของแต่ละคน เริ่มต้นด้วยเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาอันอ่อนน้อม ซึ่งค่อยๆ คลี่คลายและเบ่งบานผ่านการรวบรวมความรู้และการบ่มเพาะความเข้าใจ มันคือเมล็ดพันธุ์ที่หล่อเลี้ยงไม่เพียงแต่ตัวบุคคลเท่านั้น แต่ยังหล่อเลี้ยงโลกที่เบ่งบานอยู่รอบตัวพวกเขาด้วยภาพของเด็กที่เปิดหนังสือเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญของนักสำรวจรุ่นเยาว์ที่ก้าวเข้าสู่สิ่งที่ไม่รู้จัก ภายในหนังสือเพียงเล่มเดียวมีพลังที่จะเปิดโลกทัศน์ใหม่ ส่องสว่างโลกที่ซ่อนเร้น และโอบอุ้มหัวใจด้วยความหวังและความอัศจรรย์ เด็กคนนั้นกลายเป็นสัญลักษณ์ของความอยากรู้อยากเห็นอย่างแท้จริง ผู้ที่กล้าที่จะฝัน เมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาเติบโตอย่างอ่อนโยน ได้รับการสนับสนุนจากพลังแห่งความอัศจรรย์ หน่ออ่อนค่อยๆ ขยายออกเป็นกิ่งก้านแห่งการเรียนรู้ ยื่นออกไปและขึ้นไปข้างบน จากรากที่แข็งแรงและหยั่งลึก สู่ยอดที่สง่างามและทะเยอทะยาน ลวดลายที่ไล่ระดับขึ้นไปสะท้อนถึงการเดินทางของมนุษยชาติ: การเรียนรู้จากจุดเริ่มต้นที่ต่ำต้อย การเอาชนะความท้าทายครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งความรู้ผลิบานเป็นความแข็งแกร่งและความสำเร็จ อนาคตที่เบ่งบานนี้คือ "วันพรุ่งนี้" ที่เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ตลอดชีวิต เส้นโค้งที่อ่อนโยนและพลิ้วไหวพาดผ่านชิ้นงานราวกับคลื่นแห่งพลังชีวิต สัญลักษณ์แห่งแรงบันดาลใจที่แพร่กระจายจากเด็กคนหนึ่งไปสู่โลกที่กว้างใหญ่ พวกมันจุดประกายความฝันที่ไม่ยอมจางหายไป และนำทางเราไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นอย่างเงียบๆ และด้วยคำมั่นสัญญาที่สร้างผลกระทบที่ยั่งยืนต่อมนุษยชาติไปไกลแสนไกล
ทั้งนี้ คณะมีกำหนดการเดินทางกลับในวันที่ 8 มกราคม 2569 เที่ยวบิน MU 8607 โดยจะเดินทางถึงประเทศไทย ในวันที่ 9 มกราคม 2569 เวลา 01.55 น.