เวลา 16.46 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์เขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ทรงเปิดสวนสุขภาพสราญจิต เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับเสด็จ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังสวนสุขภาพสราญจิต
เวลา 17.00 น. เสด็จพระราชดำเนินถึงยังพลับพลาพิธี สวนสุขภาพสราญจิต เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ในการนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศบูชาพระพุทธนวราชบพิตร ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีลจบ นายอรรถพล ฤกษ์วิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กราบบังคมทูลรายงานการจัดสร้างสวนสุขภาพสราญจิตฯ ซึ่ง กระทรวงพลังงาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567
จากนั้น ทรงเปิดสวนสุขภาพสราญจิตฯ ซึ่งเป็น 1 ใน 10 โครงการสืบสานพระราชปณิธานองค์ราชัน ที่สร้างขึ้นเนื่องจากเห็นว่าเขื่อนวชิราลงกรณ เป็นหนึ่งในเขื่อนของประเทศที่มีทิวทัศน์สวยงาม อากาศบริสุทธิ์ตลอดทั้งปี ไม่เพียงเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว แต่ยังเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมในการสร้างสวนสาธารณะ เพื่อเป็นสถานที่ออกกำลังกาย และพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ได้รับพระราชทานนามว่า "สวนสุขภาพสราญจิต" มีความหมายว่า สวนสุขภาพที่สร้างความเบิกบานใจ พร้อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญตราสัญลักษณ์ งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 มาประดิษฐาน โดยมีพื้นที่รวม 72 ไร่ ออกแบบให้เป็นสวนสาธารณะแบบ Community Park ประกอบด้วย สนามจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์, สนามจักรยานขาไถ, สนามจักรยานปั๊มแทร็ก, ลู่เดิน-วิ่ง, เส้นทางปั่นจักรยาน, ลานออกกำลังกายกลางแจ้ง และลานดอกรวงผึ้ง ซึ่งเป็นโซนจัดกิจกรรมกลางแจ้ง ส่งเสริมการแข่งขันกีฬาจักรยานของโรงเรียนและชุมชน เปิดให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการไม่เสียค่าใช้จ่าย
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังสนามจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ โดย สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เขื่อนวชิราลงกรณ สร้างขึ้น แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ออกแบบโดย นายฮาวี่ เครปส์ ชาวสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ฝึกสอนจักรยานบีเอ็มเอกซ์ ทีมชาติไทย พื้นผิวเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความยาว 344 เมตร จุดปล่อยตัวจากระดับพื้นสนามสูง 5 เมตร
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการสาธิตการปั่นจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ จากนักกีฬาทีมชาติไทย อาทิ สิบโท โกเมธ สุขประเสริฐ ที่สร้างผลงานดีเยี่ยม คว้าเหรียญทอง จากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 รวมถึงนักกีฬาทีมชาติจากจังหวัดต่าง ๆ ที่สร้างชื่อเสียง และสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญต่อการมีสุขภาพที่ดี และทรงเป็นแบบอย่างในการออกกำลังกาย โดย สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงสนพระทัย และมีพระปรีชาสามารถในด้านกีฬาหลายประเภท สำหรับกีฬาจักรยาน ทรงปั่นจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ ผ่านลูกระนาดในระดับต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถ และพระวรกายที่แข็งแรง ทั้งยังทรงเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนเห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย
การแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ จะต้องปั่นจักรยานบนสนามที่มีอุปสรรค เนิน ทางโค้ง และดิน แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ "บีเอ็มเอ็กซ์ เรซซิ่ง" เป็นการแข่งขันความเร็วทางเรียบ ระยะสั้น เน้นใช้เทคนิคควบคุมจักรยาน เพื่อรักษาความเร็ว ให้ผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ผู้ชนะ คือ ผู้ที่เข้าถึงเส้นชัยก่อน และ "บีเอ็มเอ็กซ์ ฟรีสไตล์" ที่เน้นความผาดโผน และใช้เทคนิคต่าง ๆ ที่นักแข่งจะต้องทำตามจังหวะ โดยมีกรรมการเป็นผู้ให้คะแนน
สนามแห่งนี้ใช้วัสดุที่ได้มาตรฐานตามสหพันธ์จักรยานนานาชาติ UCI. เคยใช้จัดการแข่งขันจักรยานระดับประเทศ และเป็นสนามเก็บคะแนนระดับโลกหลายรายการ อาทิ การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาครอสคันทรี นานาชาติ ไทยแลนด์ เอ็มทีบี คัพ 2025 และเป็นสถานที่ออกกำลังกาย ฝึกฝนทักษะกีฬา ที่น่าสนใจของจังหวัดกาญจนบุรี
จากนั้น เสด็จพระราชดําเนินไปทอดพระเนตรการสาธิตการปั่นจักรยานขาไถของเด็กชายและเด็กหญิง ณ สนามจักรยานขาไถ ซึ่งได้มาตรฐานสหพันธ์จักรยานนานาชาติ โดยใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันระดับประเทศหลายครั้ง ลักษณะสนามเป็นพื้นผิวแอสฟันติก ความยาว 32 เมตร กว้าง 29 เมตร
การแข่งขันจักรยานขาไถ เป็นการแข่งขันจักรยานสำหรับเด็กเล็กอายุระหว่าง 1 ขวบ 6 เดือน จนถึงอายุไม่เกิน 7 ขวบ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้เด็กฝึกการทรงตัวก่อนจะพัฒนาไปสู่จักรยานสองล้อปกติ เป็นการปลูกฝังการออกกำลังกาย การมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้จักให้อภัย และทำให้เด็กมีวินัยจากการฝึกซ้อมก่อนการแข่งขัน
การจัดให้มีสนามการแข่งขันจักรยานที่เป็นสัดส่วนและได้มาตรฐานสากลเช่นนี้ ช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้พื้นที่สาธารณะ หรือริมถนนในการฝึกซ้อม ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น และเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ให้ทุกคนได้พัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ ภายใต้ระบบการดูแลและความปลอดภัยที่เหมาะสม
ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารพลับพลา เขื่อนวชิราลงกรณ โดยมี นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการ "72 พรรษา สายธารแห่งความรักและภักดี" ซึ่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ได้น้อมนำพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาร้อยเรียงจัดแสดงขึ้น เพื่อสะท้อนถึงพระวิริยะอุตสาหะ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในทุก ๆ ด้าน เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ราษฎรทุกหมู่เหล่าให้ได้มีรากฐานชีวิตที่มั่นคง และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติสืบไป แบ่งเป็น โซนพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ ที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร, โซนประวัติความเป็นมาและข้อมูลของเขื่อนวชิราลงกรณ ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างถึงปัจจุบัน, โซน 10 โครงการ สืบสานพระราชปณิธานองค์ราชัน ซึ่ง กฟผ. และกระทรวงพลังงาน ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 และโซนพระปฐมบรมราชโองการ "เราจะสืบสาน รักษาและต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป"
เวลา 17.49 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนวชิราลงกรณ ทอดพระเนตรห้องควบคุมการเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า
เขื่อนวชิราลงกรณ เดิมชื่อ เขื่อนเขาแหลม และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เริ่มก่อสร้างตามแผนพัฒนาลุ่มน้ำแม่กลอง เมื่อปี 2522 แล้วเสร็จในปี 2527 โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ไปทรงเปิดเขื่อน เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2529
ต่อมาในปี 2544 ได้รับพระราชทานนาม "เขื่อนวชิราลงกรณ" จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตามพระนามาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร
เขื่อนวชิราลงกรณ เป็นเขื่อนหินถมแห่งแรกของประเทศ ที่ดาดผิวหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ตั้งอยู่บนแม่น้ำแควน้อย มีปริมาณความจุอ่างเก็บน้ำ 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีโรงไฟฟ้าพลังน้ำ กำลังการผลิต รวม 300 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 3 เครื่อง ผลิตพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละ 777 ล้านหน่วย
มีการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าผ่านระบบสายส่งแรงดัน 230 กิโลโวลต์ 2 วงจร จากสถานีลานไกไฟฟ้าเขื่อนวชิราลงกรณ ไปยังสถานีลานไกไฟฟ้าเขื่อนศรีนครินทร์ และส่งต่อไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงบ้านโป่ง เพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ ทั้งยังส่งจ่ายแรงดัน 22 กิโลโวลต์ให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในเขตอำเภอทองผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี ทำให้ราษฎรในจังหวัดกาญจนบุรี และพื้นที่ข้างเคียง มีไฟฟ้าใช้เพื่อการดำรงชีวิต
ตลอด 40 ปี "เขื่อนวชิราลงกรณ" ถือเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่อำนวยประโยชน์ให้แก่ประชาชน และประเทศชาติ ในด้านการดูแล และให้ความช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อน, ด้านการอุปโภคบริโภค ด้วยการกักเก็บน้ำ และสนับสนุนน้ำ เพื่อการผลิตน้ำประปา, ด้านการชลประทาน และการเกษตร, ด้านการประมง, ด้านการผลักดันน้ำเค็ม และการขับไล่น้ำเสีย ช่วยให้คุณภาพน้ำในแม่น้ำแม่กลองดียิ่งขึ้น, ด้านการบรรเทาอุทกภัย, ด้านการคมนาคม ช่วยให้ชุมชนใช้เส้นทางคมนาคมทางน้ำได้อย่างสะดวก, ด้านการท่องเที่ยว ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และด้านการผลิตพลังงานไฟฟ้า ถือเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่ช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ลดการพึ่งพาและนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ
ภายหลังทอดพระเนตรการเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าของเขื่อนวชิราลงกรณแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งกลับกรุงเทพมหานคร ตลอดสองข้างทางมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และประชาชน รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จเป็นจำนวนมาก
การเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดสวนสุขภาพสราญจิต ณ เขื่อนวชิราลงกรณ ในครั้งนี้ ยังความปลื้มปิติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรี อย่างหาที่สุดมิได้