นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ ไปติดตามการดำเนินโครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอจอมทอง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำริให้พิจารณาวางโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำตามลำน้ำสาขาของแม่น้ำปิง ในเขตอำเภอจอมทอง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ตามที่ทรงวางโครงการในระยะแรก 13 อ่าง เพื่อจัดหาน้ำให้พื้นที่เพาะปลูกเดิมของราษฎร และพื้นที่ป่าละเมาะที่จะบุกเบิกเป็นพื้นที่ทำกินเพื่อจัดสรรให้ราษฎร ประมาณ 40,000 ไร่ ให้มีน้ำในการเพาะปลูกและอุปโภคบริโภคได้ตลอดปี ทั้งยังมีน้ำช่วยเสริมด้านปศุสัตว์ ประมง การเกษตร และอุตสาหกรรมในพื้นที่พัฒนาการเกษตร ประมาณ 66,000 ไร่ ส่วนพื้นที่ต้นน้ำลำธารเหนืออ่างเก็บน้ำประมาณ 104,000 ไร่ จะใช้เป็นพื้นที่พัฒนาป่าไม้ ปลูกไม้ 3 อย่าง คือ ไม้ฟืน ไม้ผล และไม้ใช้งาน เพื่ออนุรักษ์ต้นน้ำลำธารของอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ
ปีงบประมาณ 2568-2569 สำนักงาน กปร. สนับสนุนงบประมาณดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ สาธิตการเลี้ยงไก่ ปลา ปลูกพืชใช้น้ำน้อย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทำมือใน 3 หมู่บ้าน, ด้านการจัดการไฟป่า จัดตั้งชุดมวลชนป้องกันและดับไฟป่า ทำแนวกันไฟเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันพื้นที่ป่าไม้, ส่งเสริมชุมชนปลูกกล้าไม้ที่มีเชื้อเห็ดเพื่อลดการพึ่งพิงป่า และขยายผลการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปัจจุบัน ราษฎรเกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์และป้องกันรักษาป่าให้อยู่ในสภาพดี สามารถยกระดับความเป็นอยู่ทั้งในเรื่องอาชีพ การศึกษา และสุขภาพอนามัย
ช่วงบ่าย เดินทางไปยังโครงการพัฒนาป่าไม้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สวนป่าสิริกิติ์ที่ 11 (ฟาร์มขุนแตะ) อำเภอจอมทอง ในการนี้ ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ราษฎรและผู้ปฏิบัติงาน ประกอบด้วย เสื้อกันหนาวเด็ก 128 ตัว และถุงพระราชทาน 402 ถุง
จากนั้น รับฟังสรุปการดำเนินโครงการฯ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชเสาวนีย์ให้จัดตั้งฟาร์มตัวอย่างบ้านขุนแตะขึ้น เพื่อเป็นศูนย์สาธิตและส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ โดยจ้างงานราษฎรที่มีฐานะยากจนในหมู่บ้าน และหมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อให้มีรายได้และมีความรู้ไปประกอบอาชีพ ปัจจุบัน มีผลสัมฤทธิ์ต่าง ๆ อาทิ ราษฎรมีอาชีพและรายได้จากการจ้างงานในพื้นที่ ได้รับสนับสนุนด้านการเกษตร มีน้ำใช้เพียงพอสำหรับทำเกษตร ชุมชนมีระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และส่งเสริมให้บุตรหลานได้มีการศึกษา, ด้านทรัพยากรป่าไม้ ราษฎรให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการป้องกันไฟป่า ทำให้ลดการทำลายทรัพยากรป่าไม้ และอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน ในปี 2569 มีแผนก่อสร้างฝายต้นน้ำแบบคอกหมู ส่งเสริมอาชีพ จัดทำบ่อพักน้ำเพื่อการเกษตร และสร้างป่าพื้นบ้าน เพื่อเป็นแหล่งอาหารชุมชน