สนามข่าว 7 สี - อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ชื่นชมไทยไม่ตอบโต้กัมพูชา หลังมีกระสุนปืน ค. ตกใส่เนิน 469 ช่องบก เพราะว่าจงใจยั่วยุ เพื่อดูปฏิกิริยาจากฝ่ายไทย
จากภาพจะเห็นว่าการยิงปืน ค. ไม่ใช่เรื่องง่าย จะยิงให้ได้ผล ยิงให้ได้มาตรฐาน ต้องมีทหารช่วยกัน 2 นาย คนหนึ่งช่วยจับฐาน อีกคนโหลดกระสุน เล็งองศา และลั่นไก
เหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่มีกระสุนตกใส่ฐาน เนิน 469 ทำให้ไทยบาดเจ็บ จึงอดคิดไม่ได้ว่าคืออุบัติเหตุ ตามที่กัมพูชาส่งหนังสือชี้แจง คนชายแดนเชื่อว่ากัมพูชาตั้งใจยิง
พลโท พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ มองว่า การออกมาปฏิเสธของกัมพูชาเป็นการแก้ตัว เพราะทราบกันดีว่า "ปืน ค." ไม่ได้ยิงง่าย ๆ
กัมพูชาเองก็ทราบระยะยิงอยู่แล้ว จึงเป็นไปได้ว่ากระสุนที่ยิงออกมาอาจเป็นการจงใจยั่วยุ เพื่อดูปฏิกิริยาจากฝ่ายไทย
จุดสังเกตมาจากการที่ กัมพูชา ประกาศปิดตายอพยพประชาชนที่หน้าด่านช่องจอมฝั่งกัมพูชา หรือ ชุมชนโอว์เสม็ด หากไทยยิงตอบโต้กลับ ก็จะทำให้เกิดภาพการอพยพของประชาชน สามารถนำไปสร้างกระแสเฟกนิวส์ว่าไทยเปิดฉากรุกราน
ส่วนเรื่องการตอบโต้ตามกฎการปะทะ หรือ กฎการใช้กำลัง ไทยจะต้องไม่ใช้อาวุธหนักเกินกว่ากัมพูชา และมักตอบโต้เมื่อการรบเกิดขึ้นแล้ว แต่ช่วงนี้เป็นเรื่องของการเมือง ที่เป็นการสร้างความชอบธรรมระหว่างประเทศ
พลโท พงศกร มองไม่ต่างจากนักวิเคราะห์หลาย ๆ คน ที่เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการรบครั้งที่ 3 นอกจากว่า "กัมพูชา" จะเกิดปัญหาการเมืองภายในประเทศ
และจากการสังเกตท่าทีของ สมเด็จฯ ฮุน เซน ก็มองว่า ยังใช้วิธียั่วยุให้เกิดสงคราม เพื่อหวังจะแสดงให้ประชาชนชาวกัมพูชาเห็นว่าจะชนะประเทศไทยได้ ในทางใดทางหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องดีที่เราไม่ตอบโต้ แล้วเก็บหลักฐานไปชี้แจงต่อเวทีโลกว่าเราถูกยิงก่อน เพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือฝ่ายกัมพูชา ที่ใช้เฟกนิวส์เป็นอาวุธ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญทำให้ไทยชนะกัมพูชาในเวทีโลก