ประชาชนประท้วง ! หลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ยิงหญิงคนหนึ่งเสียชีวิต โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันตนเอง ขณะที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ออกโรงป้องเจ้าหน้าที่ว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนชอบปลุกปลั่นสร้างความวุ่นวาย
วันนี้ (8 ม.ค. 69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ หรือ "ไอซ์" (ICE) ได้ยิงหญิงชาวอเมริกัน อายุ 37 ปี เสียชีวิต ขณะเจ้าหน้าที่ไอซ์เรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ แต่หญิงคนดังกล่าวพยายามขับรถไปข้างหน้า จึงถูกเจ้าหน้าที่ไอซ์อีก 1 นาย ที่ยืนด้านหน้ารถยิงใส่จนเธอเสียชีวิต โดยเหตุเกิดในเมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา ประเทศสหรัฐฯ ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ “จอร์จ ฟลอยด์” ชายผิวดำ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกดเข่าบนหลังคอจนเสียชีวิต และเกิดการลุกฮือทั่วประเทศเมื่อปี พ.ศ.2563
ทางกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ออกมาอ้างว่า เป็นการยิงเพื่อป้องกันตนเอง เพราะหญิงคนดังกล่าวเจตนาขับรถชนเจ้าหน้าที่ แต่พยานในเหตุการณ์และผู้ว่าการรัฐมินิโซตาจากพรรคเดโมแครตซึ่งอ้างว่าเห็นภาพเหตุกาณ์แล้ว ระบุว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ทำให้มีประชาชนนับร้อยคนรวมตัวประท้วงและเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่
ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความปกป้องเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยกล่าวหาว่า หญิงคนที่ถูกยิงเสียชีวิตเป็นนักปลุกปลั่นมืออาชีพ ที่เจตนาขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่ จนเจ้าหน้าที่ต้องยิงเพื่อป้องกันตัวเอง