รอง ผบ.ตร. ชื่นชมตำรวจจราจร สภ.น้ำพอง พูดดึงสติหนุ่มคิดสั้นเปลี่ยนใจ

รอง ผบ.ตร. ชื่นชมตำรวจจราจร สภ.น้ำพอง พูดดึงสติหนุ่มคิดสั้นเปลี่ยนใจ

View icon 70
วันที่ 8 ม.ค. 2569 | 11.27 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รอง ผบ.ตร. ชื่นชมตำรวจจราจร สภ.น้ำพอง ใช้คำพูดดึงสติ ช่วยหนุ่มคิดสั้นเปลี่ยนใจจนปลอดภัย ขณะที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ เดินหน้าต่อเนื่องในการนำส่งหัวใจดวงแรกของปีนี้ รวมทั้งนำทางส่งทหารกล้าจากแนวหน้าส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย

วันนี้ (8 ม.ค. 69) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศจร.ตร.) ชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจร สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น กรณีช่วยเหลือบุคคลที่มีภาวะเครียดและคิดสั้น พยายามจะกระโดดจากสะพานลอย โดยสามารถใช้การสื่อสาร พูดคุยดึงสติ จนผู้ประสบเหตุเปลี่ยนใจและปลอดภัย รวมทั้งชื่นชมตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ที่ทำความดีอย่างต่อเนื่อง ในการเป็นผู้สนับสนุนการอำนวยความสะดวกการจราจรในภารกิจนำส่งหัวใจ เพื่อนำไปปลูกถ่ายให้กับผู้รับบริจาคได้ต่อลมหายใจ รับชีวิตใหม่ และภารกิจช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในการนำทหารผู้กล้าที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สุรินทร์ นำส่งถึงโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เป็นที่เรียบร้อย

สำหรับเหตุการณ์แรก เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 69 เวลาประมาณ 15.50 น. ขณะตำรวจจราจร สภ.น้ำพอง ประกอบด้วย จ.ส.ต.ยุทธนา มุงคุณคำชาว, ส.ต.อ.ธีระพงษ์ ล่ามแขก และ ส.ต.ท.ธนทรัพย์ ชลทรัพย์ กำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่ ช่วงเฝ้าระวัง 7 วันควบคุมเข้มข้นช่วงเทศกาลปีใหม่ ตามนโยบาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีบุคคลยืนอยู่บนสะพานลอยในลักษณะผิดปกติ คาดว่าจะคิดสั้น เมื่อเข้าตรวจสอบพบว่ามีหนุ่มคนหนึ่งอยู่ในภาวะเครียดอย่างหนัก ทาง ส.ต.อ.ธีระพงษ์ ได้อำนวยการจราจรด้านล่างของสะพานลอยดังกล่าวเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ในขณะที่ ส.ต.ท.ธนทรัพย์ และ จ.ส.ต.ยุทธนา รีบเข้าพูดคุยด้วยความใจเย็น ใช้ถ้อยคำสุภาพ สร้างความเชื่อมั่น และชี้ให้เห็นถึงคุณค่าของชีวิต ด้วยความอดทน ความเข้าใจ และทักษะด้านการสื่อสารของตำรวจ ทำให้หนุ่มคนดังกล่าวค่อย ๆ สงบลง และตัดสินใจถอยกลับจากจุดเสี่ยงโดยสมัครใจ ก่อนที่ตำรวจจะนำตัวลงจากสะพานลอยอย่างปลอดภัย และนำไปส่งให้แพทย์ทำการตรวจรักษา ประเมินสภาพร่างกายและจิตใจ ที่โรงพยาบาลน้ำพอง พร้อมประสานญาติของชายดังกล่าวรับทราบเป็นที่เรียบร้อย

ส่วนเหตุการณ์ต่อมา เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 69 เวลาประมาณ 12.00 น. ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ว่ามีอวัยวะหัวใจ ดวงที่ 154 ซึ่งเป็นดวงแรกของปีนี้ ที่มีผู้บริจาคหัวใจดังกล่าว และนำขอรับการสนับสนุนตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรนำส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลังจากได้รับแจ้ง ตำรวจราจรโครงการพระราชดำริเข้าสนับสนุนที่สนามบินดอนเมือง อาคาร MJET จากนั้นได้อำนวยความสะดวกจราจร เปิดทางนำอวัยวะหัวใจส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นที่เรียบร้อย ใช้เวลาปฏิบัติการจากสนามบินดอนเมือง ไปถึงโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เวลา 15 นาที ภารกิจสำเร็จลุล่วง ขอบคุณตำรวจจราจรพื้นที่ ตำรวจจราจรทางด่วนทางพิเศษ ผู้ใช้รถใช้ถนนที่ให้ความร่วมมือทำให้ภารกิจนำอวัยวะครั้งนี้สำเร็จถึงที่หมายได้ทันตามเวลาที่กำหนด

สำหรับอีกเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 69 เวลาประมาณ 12.58 น. ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ขอสนับสนุนจราจรโครงการพระราชดำริ อำนวยความสะดวกจราจร เคลื่อนย้ายทหารบาดเจ็บจากแนวหน้า จ.สุรินทร์ ต้องการนำส่งโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า หลังจากรับแจ้ง ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริเข้าสนับสนุนบริเวณสนามบินดอนเมือง (กองบิน6) พร้อมอำนวยความสะดวกการจราจร นำส่งถึงโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เป็นที่เรียบร้อย

ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศจร.ตร. กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของตำรวจจราจรที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงดูแลความปลอดภัยด้านการจราจร การกวดขันจับกุมผู้กระทำผิดกฎจราจร 10 ข้อหาหลักในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น (7 วันอันตราย) เท่านั้น แต่ยังเป็นที่พึ่งของประชาชนในยามวิกฤต ใช้ทั้งกฎหมาย หัวใจ และการสื่อสาร เพื่อปกป้องชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง สมกับบทบาทผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง