สหรัฐฯ บุกยึดเรือน้ำมันติดธงสัญชาติรัสเซีย ซึ่งคาดว่าเกี่ยวข้องกับน้ำมันของเวเนซุเอลา ด้านรัสเซียประณามสหรัฐฯ และชี้ว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่าย “โจรสลัด”
วันนี้ (8 ม.ค. 69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐฯ ปฏิบัติการยึดเรือ "มาริเนรา" (Marinera) ชื่อเดิม "เบลลา-1" (Bella-1) เรือน้ำมันติดธงสัญชาติรัสเซีย เมื่อวานนี้ (7 ม.ค. 69) ซึ่งคาดว่าเรือลำดังกล่าวเกี่ยวข้องกับน้ำมันของเวเนซุเอลา และถูกประกบด้วยเรือดำน้ำของรัสเซีย หลังสหรัฐฯ ติดตามเรือดังกล่าวในมหาสมุทรแอตแลนติกมานานกว่า 2 สัปดาห์
โดยยามฝั่งและหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพสหรัฐฯ ร่วมกันบุกยึดเรือ "มาริเนรา" ได้ในมหาสมุทรแอตแลนติก ขณะแล่นผ่านน่านน้ำระหว่างไอซ์แลนด์และสกอตแลนด์ โดยมีกองทัพเรือสหราชอาณาจักรให้การสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ทางทะเลและทางอากาศ นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่กองทัพสหรัฐฯ ยึดเรือที่ติดธงรัสเซีย โดยปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของสหรัฐฯ เพื่อสกัดการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลา
ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้ (7 ม.ค. 69) ยามฝั่งสหรัฐฯ สกัดเรือ "เอ็ม/ที โซเฟีย" (M/T Sophia) เรือน้ำมันติดธงปานามา ซึ่งคาดว่าเกี่ยวข้องกับน้ำมันของเวเนซุเอลา ได้ในทะเลแคริบเบียน โดยสหรัฐฯ ระบุว่า เรือลำนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "กองเรือเงา" (Shadow fleet) หรือเรือน้ำมันที่ดำเนินการอย่างลับ ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร
ด้านกระทรวงคมนาคมของรัสเซีย ระบุว่า ขาดการติดต่อกับเรือ "มาริเนรา" โดยสิ้นเชิงหลังจากที่กองกำลังของสหรัฐฯ ขึ้นไปบนเรือ และประณามการยึดเรือน้ำมันที่แล่นภายใต้ธงชาติรัสเซีย และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติต่อชาวรัสเซียบนเรืออย่างเหมาะสม และอนุญาตให้ลูกเรือกลับรัสเซียโดยเร็ว
ขณะที่ “อันเดรย์ คลิชัส” (Andrei Klishas) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาวุโสของรัสเซีย กล่าวว่า การยึดเรือของสหรัฐฯ เป็นการกระทำที่เข้าข่าย "โจรสลัด" อย่างโจ่งแจ้ง
ก่อนหน้านี้ เรือน้ำมัน "มาริเนรา" ได้หลุดรอดการสกัดของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติการสกัดเรือน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรในทะเลแคริบเบียน ด้านกองบัญชาการยุโรปของสหรัฐฯ (US European Command) เผยว่า รัฐบาลทรัมป์ได้ยึดเรือลำดังกล่าวเนื่องจากละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นไปตามหมายจับที่ออกโดยศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ
ขณะที่ “พีต เฮกเซท” (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า การสกัดน้ำมันเวเนซุเอลาที่ถูกคว่ำบาตร และน้ำมันผิดกฎหมายยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก
ด้าน “กอนซาโล ไซซ์ เอรัสควิน” (Gonzalo Saiz Erausquin) ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรการคว่ำบาตรของ Royal United Services Institute ของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า การที่สหรัฐฯ ยึดเรือติดธงรัสเซีย เป็นการกระทำที่จะเพิ่มความตึงเครียดกับรัสเซียและเสี่ยงที่จะทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น