เด็กหายพุ่ง ปี 68 พบเด็ก–เยาวชนเป็นเหยื่อคดีค้ามนุษย์กว่า 200 ราย ขณะที่ 19 ราย ถูกหลอกเป็นสแกมเมอร์

เด็กหายพุ่ง ปี 68 พบเด็ก–เยาวชนเป็นเหยื่อคดีค้ามนุษย์กว่า 200 ราย ขณะที่ 19 ราย ถูกหลอกเป็นสแกมเมอร์

View icon 31
วันที่ 8 ม.ค. 2569 | 15.47 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สถิติเด็กหายพุ่ง ปี 68 พบคดีค้ามนุษย์ 279 คดี เหยื่อเด็ก–เยาวชนกว่า 200 ราย ขณะที่มูลนิธิกระจกเงารับแจ้งเด็กหายรวม 265 ราย พบ 19 ราย ถูกหลอกเป็นสแกมเมอร์ อยู่ระหว่างช่วยเหลือ 6 ราย ตร.เร่งยกระดับปราบปรามค้ามนุษย์ ป้องกันเด็กพลัดหลงช่วงวันเด็ก

วันนี้ (8 ม.ค.69) ห้องสารสิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานแถลงสถานการณ์ “เด็กหาย” และการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมูลนิธิกระจกเงา โดยมี พล.ต.ต.สุรพงษ์ ไทยประเสิรฐ ผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.), พล.ต.ต.หญิง เอกอาภา ตันศิริ ผู้บังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร และ นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ร่วมแถลง

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดตั้งศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. เป็น ผอ.ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร. หรือ The Anti-Trafficking in Person Center , Royal Thai Police - (TATIP RTP) ซึ่งในปี 2568 พบว่ามีคดีค้ามนุษย์รวมทั้งสิ้น 279 คดี  จับกุมผู้ต้องหาได้ 366 ราย และสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายได้ 317 ราย เมื่อจำแนกรูปแบบการกระทำความผิด พบว่าส่วนใหญ่เป็นคดีแสวงหาประโยชน์ทางเพศ จำนวน 246 คดี รองลงมาคือคดีบังคับใช้แรงงาน จำนวน 33 คดี ซึ่งในจำนวนนี้เป็นคดีล่วงละเมิดแรงงานเด็ก 15 คดี และพบว่ามีผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในกลุ่มเด็กและเยาวชน จำนวน 213 ราย โดยเฉพาะคดีค้ามนุษย์ผ่านช่องทางออนไลน์ มีจำนวนถึง 170 คดี คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของคดีทั้งหมด

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยกระดับเดินหน้าปราบปรามการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบอย่างจริงจัง มุ่งเน้นคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก การบังคับทางเพศ (Sextortion) ตลอดจนการกระทำความผิดผ่านช่องทางออนไลน์ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ป้องกันไม่ให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ

ด้าน หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ระบุว่า ปีที่ผ่านมาพบสถานการณ์ที่น่ากังวล คือ การค้ามนุษย์ในรูปแบบใหม่ เด็กอายุ 15–18 ปี อย่างน้อย 19 ราย ถูกหลอกไปทำงานสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน รูปแบบการหลอกลวงมักเริ่มจากการชักชวนผ่านออนไลน์ ประกาศงานค่าตอบแทนสูง หรือหลอกให้เกิดความสัมพันธ์ ก่อนพาเดินทางและส่งต่อให้ขบวนการเพื่อแสวงหาประโยชน์ ซึ่งแม้จะมีมาตรการควบคุมชายแดน แต่ยังพบคนไทยถูกหลอกไปทำงานอย่างต่อเนื่อง เมื่อข้ามแดนแล้วมักถูกกักขังในสถานที่ปิด ถูกจำกัดเสรีภาพ และไม่สามารถหลบหนีได้ หากไม่ยอมทำงานอาจตกอยู่ในอันตราย สถานการณ์ดังกล่าวเข้าข่าย การค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานโดยสภาพ เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่ควบคุมเสรีภาพอย่างแนบเนียน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง โดยปัจจุบันมูลนิธิกระจกเงายังอยู่ระหว่างติดตามและประสานความช่วยเหลือเด็กอีก 6 ราย ที่ถูกหลอกไปเป็นสแกมเมอร์ และยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้

ทั้งนี้ ตลอดปี 2568 มูลนิธิกระจกเงาได้รับแจ้งเด็กหายรวม 265 ราย เป็นเด็กชาย 96 ราย และเด็กหญิง 169 ราย โดยมีเด็กหาย 47 รายที่ยังไม่พบตัว โดยสาเหตุหลักของเด็กหาย ได้แก่ การสมัครใจหนีออกจากบ้าน 176 ราย รองลงมาคือ การแย่งการปกครองบุตร 24 ราย และการถูกหลอกไปเป็นสแกมเมอร์ 19 ราย นอกจากนี้ ยังพบกรณีเกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางสมอง ปัญหาสุขภาพจิต การพลัดหลง การขาดการติดต่อ และอุบัติเหตุ โดยในปีที่ผ่านมามีเด็กเล็กถูกลักพาตัวถึง 8 ราย

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ฝากข้อห่วงใยเกี่ยวกับการถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ หรือหลอกทำภารกิจที่มีผลตอบแทนดีเกินจริง ให้เช็กแหล่งที่มาของข้อมูล และอย่าหลงเชื่อกลลวงมิจฉาชีพ หลอกทำภารกิจ งานสบาย รายได้ดี ไม่มีอยู่จริง รวมถึงท่านอาจถูกหลอกไปทำงานประเทศเพื่อนบ้าน ถูกยึดพาสปอร์ต ถูกทำร้ายร่างกาย ช็อตไฟฟ้า ให้อดอาหาร และท่านอาจตกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และขบวนการค้ามนุษย์โดยไม่รู้ตัว

ด้าน ผบก.ทว. กล่าวว่า จากข้อมูลการรับแจ้งความคนหายจากระบบ CIR ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ 5 ปี ย้อนหลัง (2564 - 2568) พบแนวโน้มที่สูงขึ้น ล่าสุดปี 2568 มีจำนวน 219 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2566 เท่าตัว และเพิ่มขึ้นจากปี 2564 – 2565 เกือบ 4 เท่าตัว ตัวเลขที่ไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ปัญหาคนหายที่ทวีความรุนแรงขึ้น และเป็นประเด็นทางสังคมที่ต้องได้รับการเฝ้าระวังและแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ในกรณีเกิดเหตุคนใกล้ตัวหายไปโดยผิดปกติ ติดต่อไม่ได้ หรือมีเหตุต้องสงสัยว่าจะเกิดอันตรายสามารถแจ้งความได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ 24 ชั่วโมง ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือสายด่วน 191, 1599 ศูนย์คนหายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สายด่วน 1300 ศูนย์ประชาบดี และ มูลนิธิกระจกเงา 080 775 2637 โดยเตรียมข้อมูลให้พร้อมมากที่สุด อาทิ รูปถ่ายของผู้สูญหาย, วัน เวลา สถานที่ ที่พบตัวครั้งสุดท้าย, ลักษณะการแต่งกาย, พฤติกรรมผิดปกติ หรือเหตุการณ์ก่อนหายตัว, ข้อมูลบัตรประชาชน และสามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลคนหาย คนไร้ญาติ ได้ที่เว็บไซต์ www.thaimissing.go.th

ด้าน พล.ต.ต.สุรพงษ์ แนะนำเพิ่มเติมว่า สำหรับการพาบุตรหลานเที่ยวงานวันเด็กในปีนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติและมูลนิธิกระจกเงา ขอความร่วมมือผู้ปกครองป้องกันเด็กพลัดหลง โดยควรจดจำรูปพรรณบุตรหลาน ถ่ายภาพล่าสุดพร้อมชุดที่สวมใส่ก่อนออกจากบ้าน ติดป้ายชื่อและเบอร์ติดต่อให้เด็กพกติดตัว สอนจุดนัดพบและวิธีขอความช่วยเหลือ รวมถึงย้ำให้เด็กตะโกนขอความช่วยเหลือทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง