ข่าวเย็นประเด็นร้อน - การจับกุม "เฉิน จื้อ" ประธานปรินซ์ กรุ๊ป กับผู้ร่วมขบวนการอีก 2 คน ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง ฟอกเงิน และก่อคดีอาชญากรรมข้ามชาติ กำลังถูกจับตาว่า จะส่งกระทบอย่างไรต่อรัฐบาลกัมพูชา หลังจากนี้
เอกสารอย่างเป็นทางการจากกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา ยืนยันข้อมูลการจับกุม นายเฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ในกัมพูชา กับพวกอีก 2 คน คือ นายสวี จี้ เหลียง และ นายเส้า จื้อ ฮุย ว่าปัจจุบันได้ส่งตัวไปให้กับทางการจีนแล้ว หลังเพิกถอนสัญชาติกัมพูชาไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคม พร้อมกับระบุว่า ได้ร่วมกับจีนสืบสวนเรื่องนี้อยู่นานหลายเดือน
โดย "เฉินจื้อ" ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงขนาดใหญ่ การฟอกเงิน และยังก่ออาชญากรรมข้ามชาติอีกหลายคดี รวมมูลค่าความเสียหายมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ถูกกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา ตั้งข้อหาเป็นผู้บงการเครือข่ายฐานที่ตั้งศูนย์คอลเซ็นเตอร์หลอกลวงในกัมพูชา
มีรายงานว่า แผนประทุษกรรม มีลักษณะเป็นการหลอกลวงเหยื่อทั่วโลก ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสกุลคริปโตเคอร์เรนซีหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการจับกุม ทางการได้ยึดบิตคอยน์ที่เชื่อมโยงกับ นายเฉิน มูลค่าประมาณ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ผลจากการจับกุม "เฉินจื้อ" ยังทำให้วันนี้มีความเคลื่อนไหวใหญ่ จากเพจฯ "ธนาคารแห่งชาติกัมพูชา" ที่คำสั่งให้ "ธนาคารพรินซ์" ยุติการดำเนินกิจการกับลูกค้ารายใหม่ รวมถึงการรับฝากเงิน และการให้สินเชื่อ ส่วนลูกค้าเก่า ยืนยันว่า ยังสามารถถอนเงินได้ตามปกติ แต่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ผู้ที่กู้ยืมเงินยังต้องชำระเงินคืนเช่นเดิม
สำนักข่าวออนไลน์ชื่อดังของกัมพูชา ที่ทำข่าวแนวสืบสวนสอบสวน (TFA Khmer) เคยนำเสนอถึงความไม่ชอบมาพากลของธนาคารดังกล่าวว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนรู้เห็น เช่น กดดันลูกหนี้ให้ชำระหนี้สูงกว่าความเป็นจริง ไม่พิจารณาคดีตามปกติ ใช้การเจรจานอกรอบข่มขู่กดดัน บังคับคดีโดยไม่มีการไต่สวน ไปจนถึงขั้นที่เคยมีลูกหนี้บางรายถูกธนาคารขึ้นดอกเบี้ยจาก 12% เป็น 18-24% โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า บังคับขายทรัพย์สินโดยมิชอบ
ซึ่ง "เฉินจื้อ" ก่อนหน้าที่จะเกิดปัญหา ถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ ได้รับสิทธิพิเศษ และการสนับสนุนอย่างสูงจากรัฐบาลกัมพูชา ตั้งแต่การพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "เนียะออกญา" เป็นที่ปรึกษาให้กับ "สมเด็จฯ ฮุน เซน" และ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ได้ถือสัญชาติกัมพูชา ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ สามารถถือครองอสังหาริมทรัพย์ และที่ดินในกัมพูชาได้โดยตรง ได้รับอนุมัติโครงการอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ รวมถึงมีห้างสรรพสินค้า Prince Plaza ในพนมเปญ สามารถดำเนินธุรกิจในสีหนุวิลล์ได้โดยไม่ถูกรบกวนจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
และอีกเหตุผลที่ทำให้ "เฉินจื้อ" ได้รับสิทธิพิเศษขนาดนี้ ก็เพราะรู้จักการสร้างเกราะป้องกันตนเองผ่านกิจกรรมสาธารณกุศล ด้วยการบริจาคเงินผ่าน "Prince Foundation" สนับสนุนโครงการด้านการศึกษา และสาธารณสุขของรัฐบาล และยังเป็นหนึ่งในผู้ลงทุนรายใหญ่ ในโครงการสนามบินนานาชาติเตโช อัดฉีดเงินให้โครงการก่อสร้างสนามบินสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนเป็นเป็นผู้ถือพันธบัตรรายใหญ่ที่สุดในขณะนั้น
กัมพูชาส่งตัว “เฉิน จื้อ” ให้กับทางการจีนไป ไม่ทันไร จีนส่งความช่วยเหลือรอบสองทันทีอย่างกับดิวไว้
เพจ “มังกร ซ่อนตัว” โพสต์ภาพเครื่องบินของสายการบินซูปรานา แอร์ไลน์ สัญชาติจีน จอดที่สนามบินกรุงพนมเปญ พร้อมขนส่งสิ่งของช่วยเหลือจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่ถือป้ายระบุเป็น “โครงการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมฉุกเฉิน สนับสนุนจากจีนให้กัมพูชา”
เพจดังกล่าวระบุว่า เป็นลักษณะ “ยื่นหมูยื่นแมว เฉินจื้อไป ของแจกมา” จีนส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้กัมพูชาเป็นครั้งที่ 2 เพื่อช่วยผู้พลัดถิ่นตามแนวชายแดน ทำให้นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ซึ้งใจกล่าวขอบคุณจีนช่วยเหลือยามลำบาก
รัฐบาลกัมพูชา ย้ำว่า สิ่งของทั้งหมดจะลำเลียงไปยังศูนย์พักพิงในพื้นที่ต่าง ๆ ยืนยันช่วยประชาชนแนวหน้าและแนวหลัง ที่มาจากความเฉลียวฉลาดของฮุน มาเนต
ความช่วยเหลือจากจีนครั้งแรก ส่งถึงกัมพูชาเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ที่ผ่านมา ส่วนครั้งที่สองนี้ มีมูลค่ากว่า 20 ล้านหยวน สะท้อนบทบาทของจีนในฐานะพันธมิตรใกล้ชิดของกัมพูชาในช่วงที่เปราะบาง
ด้านชาวเน็ตไทยสงสัย พากันคอมเมนต์สนั่นที่ห่อมาเสบียงอาหาร หรืออะไร ? ไม่น่าไว้ใจ หรือจะยื่นหมูยื่นแมว แลก เฉิน จื้อ กับอาวุธ
แต่ก็ไม่แคล้วเจอชาวเน็ตกัมพูชาเข้ามาพิมแควะ “อิจฉาอีกแล้ว” งานนี้ไม่ต้องห่วง ชาวเน็ตไทยเราตอบโต้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี