เช้านี้ที่หมอชิต - เจ้าหน้า EOD เดินหน้าเก็บวัตถุระเบิด ตกค้างจากการสู้รบ เพื่อคืนพื้นที่ปลอดภัยให้ชาวบ้าน ที่จังหวัดอุบลราชธานี เข้าตรวจสอบหลุมต้องสงสัย 6 จุด
ทำลายกระสุนปืนใหญ่ ตกค้าง อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี
เจ้าหน้าที่ EOD เข้าเก็บกู้ทำลายกระสุนที่ตกค้างในพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน ตำบลโซง ในอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 6 จุด หลังชาวบ้านพบหลุมต้องสงสัย คาดเป็นจรวด BM-21 ที่ฝังอยู่ในดิน
แต่ในพื้นอำเภอน้ำขุ่น พบกระสุนปืนใหญ่ ขนาด 105 มม.ของกัมพูชา ฝังในดินลึก 2 เมตร จึงทำการเก็บกู้ นำมาจุดชนวนระเบิดเพื่อทำลาย เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับชาวบ้าน
ทำลายจรวด BM-21 ฝังข้างบ้าน จ.ศรีสะเกษ
ส่วนในพื้นที่ ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ EOD ช่วยกันขุดเปิดหน้าดินลึก 60 เซนติเมตร นำเชือกไปมัดจรวด BM-21 ของกัมพูชา ระเบิดแล้วแต่ยังไม่สมบูรณ์ ตกค้างอยู่
นางประครอง เล่าว่า หลังหยุดยิงวันที่ 28 ธันวาคม ได้กลับเข้าบ้าน ยังไม่เจอระเบิด อยู่มาเกือบ10 วัน ช่วงค่ำวันที่ 7 มกราคม กลับมาเห็นลูกชายกับเพื่อนช่วยกันขุดหลุมดังกล่าวเข้าไปถาม ลูกบอกว่า ขุดจรวด พอเข้าเป็นดูเห็นส่วนหางจรวดโผล่จากดิน ร้องเสียงหลง สั่งให้ลูกชายเลิกขุดพร้อม ประสานให้เจ้าหน้าที่มาเก็บกู้
เจ้าหน้าที่ยังได้เก็บกู้ ทำลายกระสุนปืน ค.ขนาด 60 มิลลิเมตร ที่ตกค้างจากสวนพารา ต้องติดตั้งชนวนเพื่อจุดทำลายระเบิด 4 ครั้ง กว่าจะสำเร็จ เจ้าหน้าที่ยังฝากย้ำเตือน หากพบวัตถุต้องสงสัย อย่าจับ อย่าเคลื่อนย้าย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บกู้
เจออีกเพียบกระสุนกัมพูชาตกค้าง จ.บุรีรัมย์
ไปต่อกันที่จังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ EOD เร่งค้นหา กระสุนตกค้าง ในพื้นที่ ตำบลจันทบเพชร และตำบลสายตะกู อำเภอบ้านกรวด พบจรวด BM- 21 กระสุนปืน ค. ตกค้างในไร่อ้อย สวนยางพารา และไร่มันสำปะหลัง รวมแล้ว 158 ลูก พบยังไม่ทำงาน 5 ลูก จึงได้เก็บกู้ไปทำลาย เชื่อว่ายังมีตกค้างอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะตามป่าสาธารณะ แหล่งน้ำที่ค้นหาได้ยาก
เดินหน้าเก็บกู้วัตถุระเบิดตกค้าง จ.สระแก้ว
ไปต่อกันที่ชายแดนฝั่งภาคตะวันตก เจ้าหนาที่ EOD เข้าเก็บกู้ลูกจรวด BM-21 ที่ตกค้าง บนถนนศรีเพ็ญ บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง และในพื้นที่ ตำบลทัพเสด็จ อำเภอตาพระยา ใช้รถไถขึงลวดสลิง แล้วดึงชิ้นส่วนระเบิดออกจากหลุมระเบิดพบกระสุนปืนใหญ่ กระสุนปืน ค. 3 จุด และชิ้นส่วนจรวดอีก 2 จุดเก็บกู้ไปทำลายเรียบร้อยแล้ว
สามี-ภรรยา เล่านาทีหนีตาย กระสุนกัมพูชา จ.สระแก้ว
ขณะเดียวกัน นายสุรัตน์ เงางาม อายุ 60 ปี ชาวบ้านหนองจาน พาทีมข่าวไปตรวสอบแปลงผัก เล่านาทีเฉียดตาย ช่วงยิงปะทะ ทางการสั่งอพยพ แต่ตนเอง และภรรยา เป็นห่วงผักยังไม่ทันเก็บเกี่ยว แอบเข้ามารดน้ำ พรวนดิน ระหว่างนั้นระเบิด 2-3 ครั้ง ยังไม่แน่ใจว่ายิงมาจากฝ่ายไหน
จนนัดที่ 4 กระสุนพุ่งเข้ามาใกล้ตัว พาภรรยาวิ่งหนีตายเข้าที่หลบในท่อระบายน้ำ เอาชีวิตรอด ทั้งแคบและเล็ก ไม่รู้เหมือนกันว่าช่วงนั้นเข้าไปอยู่กันได้อย่างไร
ตอนนี้เฝ้าภาวนาให้สถานการณ์สงบ ย้ำคนไทยไม่เคยไปรุกราน หรือแย่งดินแดนใคร หากปะทะรอบ 3 ขอให้ทหารไทยทำเต็มที่ อย่าให้กัมพูชา มาเหยียบย่ำผืนแผ่นดินไทยได้อีก
ส่วนบ้านหนองรี หมู่ 3 ตำบลชำราก อำเภอเมืองตราด เจ้าหน้าที่ชุด EOD ใช้รถแบ็กโฮเล็กขุดเปิดหน้าดิน เพื่อเก็บกู้ระเบิดที่ตกค้างบนถนนในหมู่บ้าน
จากนั้นก็ไปเก็บกู้วัตถุระเบิด ที่ตกค้างในสวนทุเรียน ที่อยู่ใกล้เคียงอีก 1 จุด ต้องใช้ความระวัง ใช้เครื่องสแกนนำทางลูกระเบิดอยู่ลึกลงไปใต้พื้นดินเกือบ 2 เมตร พบเป็นกระสุนปืนใหญ่ 120 มม.เหมือนกันทั้ง 2 จุด
นายมานิตย์ มาตรหิรัญ บอกว่า สวนทุเรียนอยู่ห่างจากบ้าน 3 หลัง ฐานทหารกัมพูชา 1-2 กิโลเมตร ช่วงยิงปะทะ เห็นกระสุนปืนถูกยิงข้ามหัว แต่ไม่เห็นตอนที่ตกลงในสวน จนได้เข้ามารดน้ำ สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาเก็บกู้ รู้สึกไม่พอใจที่กัมพูชา ยิงกระสุนมั่วและมองว่าไม่ถูกต้อง กับการที่จะมาเรียกร้องให้ไทยชดใช้ค่าเสียหาย