รวบหนุ่มโหด ถูกด่าบุพการี ฟันคู่กรณีปางตาย

รวบหนุ่มโหด ถูกด่าบุพการี ฟันคู่กรณีปางตาย

View icon 161
วันที่ 9 ม.ค. 2569 | 08.01 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (9 ม.ค 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นายวราพงษ์ อายุ 37 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ จ.566/2568 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2568 กระทำความผิดฐาน “พยายามฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุอันควร”

โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณสถานีรถไฟ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครฯ

สืบเนื่องจากก่อนจับกุมนายวราพงษ์ เจ้าหน้าที่ทราบว่าผู้ต้องหาอาศัยอยู่บ้านกับพี่ชายใน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยก่อนเกิดเหตุเคยมีปากเสียงทะเลาะกับผู้เสียหายอยู่เป็นประจำ

จนกระทั่งในวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 10.30 น. หลังจากผู้ต้องหากลับจากที่ทำงานได้ขี่รถจยย. ออกจากบ้านเพื่อจะไปดื่มเหล้ากับเพื่อน ระหว่างทางได้เจอกับผู้เสียหายที่เคยมีเรื่องกันมาก่อนหน้านี้ได้มองหน้าตน และได้มีปากเสียงถูกด่าบุพการี จึงเกิดบันดาลโทสะต่อยเข้าไปที่ใบหน้าของผู้เสียหาย และได้หยิบอาวุธมีดที่อยู่ในตะกร้า หน้ารถจยย. ฟันที่หน้าผาก กลางหลัง และที่หน้าอก แล้วหลบหนีไป

ต่อมาผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินคดีผู้ต้องหาตามกฎหมาย

ก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่านายวราพงษ์ หลบหนีอยู่แถวย่านแขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครฯ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและได้สั่งการสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่

ต่อมาตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อ นายวราพงษ์ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน

โดยผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหา และสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม ผู้ต้องหาทราบ

จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งไปยัง สภ.เสนา จว.พระนครศรีอยุธยาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง