การประท้วงขับไล่ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ลุกลามบานปลาย ทั้งการจุดไฟเผาและฉีกธงชาติ มีรายงานผู้ประท้วงเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 34 คน และมีผู้ประท้วงถูกจับกุมอีกกว่า 2,270 คน
วันนี้ (9 ม.ค. 69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การประท้วงขับไล่ "อายะตุลลอฮ์ อะลี คอเมเนอี" (Ayatollah Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และเรียกร้องให้ "เรซา ปาห์ลาวี" (Reza Pahlavi) ลูกชายของชาห์ (Shah) องค์สุดท้ายที่ถูกโค่นล้มในการปฏิวัติอิสลาม ซึ่งลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศมานานกว่า 40 ปี กลับมายังอิหร่าน ลุกลามขยายวงกว้างไปกว่า 100 เมืองทั่วประเทศ
แม้ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา (8 ม.ค.69) การประท้วงในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของประเทศอิหร่าน จะเป็นไปอย่างสงบ และไม่มีการใช้กำลังสลายการชุมนุม แต่ที่เมืองแมชแฮด เมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศอิหร่น กลุ่มผู้ประท้วงได้ฉีกธงชาติอิหร่านจนขาดเป็น 2 ส่วน
ขณะเดียวกัน "เน็ตบล็อกส์" (NetBlocks) กลุ่มสังเกตการณ์อินเทอร์เน็ต รายงานว่า เมื่อวานนี้ (9 ม.ค. 69) ระบบอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศใช้งานไม่ได้ ด้านสำนักข่าวนักกิจกรรมสิทธิมนุษยชน หรือ HRANA (Human Rights Activists News Agency) ซึ่งมีฐานอยู่ที่สหรัฐฯ รายงานว่า ในช่วงเกือบ 2 สัปดาห์ของการประท้วงอิหร่าน มีผู้ประท้วงเสียชีวิตอย่างน้อย 34 คน และมีผู้ประท้วงถูกจับกุมอีกกว่า 2,270 คน ส่วนเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเสียชีวิต 8 นาย
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประท้วงออกมาแสดงความไม่พอใจต่อปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น นับเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ปี ของอิหร่าน นำไปสู่การเรียกร้องขับไล่ผู้นำสูงสุดอิหร่าน