“ดร.การดี-องอาจ-สกลธี” ลุยช่วยผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์หาเสียง มั่นใจนโยบายตั๋วร่วม 5-30 บาท เชื่อม “รถไฟฟ้า-รถเมล์” ทำได้จริง และยั่งยืน ไม่เป็นภาระงบประมาณ ยอมรับพื้นที่ กทม.เปราะบาง ไวต่อกระแส 10 ที่นั่ง ยังไม่แน่นอน
วันนี้ (9 ม.ค. 69) ที่ตลาดประชานิเวศน์ 1 ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 8 พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค, นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ, นายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 8 ครอบคลุมเขตหลักสี่ (ยกเว้นแขวงตลาดบางเขน) เขตจตุจักร (ยกเว้นแขวงจันทร์เกษมและแขวงเสนานิคม) และ น.ส.พิมชนก เก่าเจริญ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 12
ดร.การดี เปิดเผยว่า ประเด็นเรื่องนโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้าบวกรถเมล์จ่ายตามระยะ เริ่มต้น 5 บาทสูงสุด 30 บาทนั้น ประเด็นสำคัญที่เราต้องมองเวลาทำนโยบายคือ วันนี้เราจะต้องเปลี่ยนในเรื่องของการลดภาระค่าใช้จ่าย เนื่องจากค่าใช้จ่ายการเดินทางของคนกรุงเทพฯ เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะถือเป็นรายจ่ายที่ลดลงไม่ได้ แต่เรามองในแง่ของระบบการเดินทางที่จะสามารถลดค่าใช้จ่าย กลายเป็นโซนนิ่งระยะใกล้อาจจะใช้ราคา 5 บาท หรือในระยะไกลเชื่อมต่อไปไม่เกิน 30 บาท เพราะฉะนั้นเราจึงเน้นเรื่องความสะดวกสบายในเรื่องการเดินทางและก็มุ่งเน้นในการลดค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ
ส่วนที่ตัวเลขไม่ลดต่ำกว่า 30 บาทนั้น นายสกลธี กล่าวเสริมว่า สำหรับนโยบายของประชาธิปัตย์ มุ่งเน้นนโยบายที่ทำได้จริง และอยู่พื้นฐานของความยั่งยืน ไม่อยากลดราคาให้ต่ำแล้วทำได้ปีเดียว และหลังจากนั้นทำไม่ได้
“ผู้บริหารพรรคและทีมนโยบาย มีการหารือกันและหาข้อมูลตัวเลขนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ทุกนโยบาย ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำได้จริงและกระทบกับงบประมาณของรัฐที่อุดหนุนไม่มาก” นายสกลธี กล่าว
นายสกลที กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่เขต 8 นี้ เป็นเขตเลือกตั้งเก่าของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งวันนี้ ตน และดร.การดี มาช่วยนายระพีพัฒน์ ถือว่าเป็นเขตที่ต่อสู้ผลัดกันแพ้และผลัดกันชนะ ระหว่างประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยสมัยก่อน แต่วันนี้ได้มีการพัฒนาและมีหลายพรรคการเมืองเข้ามาแข่งขันกันเพิ่มขึ้น
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า โดยพื้นฐานของเขตจตุจักรเป็นเขตที่พี่น้องประชาชนให้ความไว้วางใจกับพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด ซึ่งในครั้งนี้ก็หวังเช่นกัน เพราะหลังจากลงพื้นที่ทั้ง ดร.การดี และท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมากจากประชาชน และการหาเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ มีพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ที่พูดกับท่านหัวหน้าพรรคว่าเคยเลือกประชาธิปัตย์มาก่อน และหันไปเลือกพรรคอื่น แต่ครั้งนี้ประชาชนเหล่านี้ พูดกับท่านหัวหน้าว่า จะกลับมาช่วยพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน
ส่วนการคาดหมายว่าผลการเลือกตั้งใน กทม. พรรคประชาธิปัตย์ได้ประมาณ 10 ที่นั่งนั้น นายสกลธี กล่าวว่า ยังไม่อยากประเมินด้วยตัวเลข แต่หากถามตนในฐานะที่คลุกคลีกับพื้นที่กรุงเทพฯ เรามีโอกาส 10 บวก ลบ ด้วยสถานการณ์แบบนี้ แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอน เพราะพื้นที่กรุงเทพฯ ในช่วงสองสัปดาห์หรือหนึ่งสัปดาห์สุดท้าย อาจจะมีกระแส หรือเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนี้ก็ได้ เพราะพื้นที่กรุงเทพฯ ถือเป็นพื้นที่เปราะบางและไวต่อกระแสมาก
“พื้นที่เขตจตุจักร มีการสวิงค่อนข้างสูง เคยเลือกประชาธิปัตย์แบบถล่มทลาย เคยเลือกเพื่อไทยถล่มทลาย เลือกประชาชนถล่มทลาย เป็นเหมือนกับพื้นที่ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของอย่างแท้จริงขึ้นอยู่กับบริบทของกระแสเป็นตัวชี้ เราสบายใจอยู่ที่ว่าเขตจตุจักรเคยสร้าง สส. ของพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว“ นายสกลธี ย้ำ