"กะหล่ำปลี" ทางเลือกเกษตรกรไร่อ้อย-มันสำปะหลัง

View icon 21
วันที่ 10 ม.ค. 2569 | 05.03 น.
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์
แชร์
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ช่วงนี้หลายพื้นที่อากาศเย็น เหมาะกับการปลูกผัก เกษตรกรที่นครราชสีมา เปลี่ยนมาปลูกกะหล่ำปลีขาย หลังการปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง เผชิญปัญหาราคาผันผวนและตกต่ำ

พื้นที่ตำบลสระตะเคียน อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา มีเกษตรกรกว่า 10 ราย ตัดสินใจหันมาปลูกกะหล่ำปลี แทนการปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง เนื่องจากปัญหาราคาที่ผันผวนไม่แน่นอน โดยเฉพาะอ้อย ตอนนี้ราคาตกต่ำไม่คุ้มทุน เกษตรกรต้องแบกรับนโยบายรัฐ ให้เพิ่มการตัดอ้อยสด เพื่อลดการเผา ลดการสร้างฝุ่น PM2.5 ทำให้ต้นทุนการเก็บเกี่ยวสูงขึ้นจนแทบไม่เหลืออะไร

ปีนี้ค่าตัดอ้อยทั้งระบบอยู่ที่ตันละ 570 บาท ราคาอ้อยอยู่ที่ตันละ 890 บาท หักลบแล้วเหลือไม่ถึง 400 บาท ยังไม่หักต้นทุนเพาะปลูก ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าแรงงาน อีกทั้งในพื้นที่เจอกับปัญหาช้างป่าออกมารบกวน หากปีไหนถูกช้างบุกก็ต้องขาดทุนย่อยยับ

ในขณะที่การปลูกกะหล่ำปลีกลายเป็นทางเลือกใหม่ โดยเฉพาะช่วงนี้สภาพอากาศเย็น ดินเหมาะสม รวมถึงภูมิประเทศเป็นเนินสูง ส่งผลให้การปลูกกะหล่ำปลีได้ผลผลิตดี และบางช่วงขายได้ราคาสูง ทั้งยังใช้ระยะเวลาเพาะปลูกระยะสั้น 3 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวขายได้แล้ว ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น และลงทุนน้อยลง ตกไร่ละประมาณ 7,000 บาท

นายสำลี เทียบแสน เกษตรกรปลูกกะหล่ำปลี บอกว่า ปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้ว ที่ปลูกกะหล่ำปลีช่วงหน้าหนาว ซึ่งปีแรกได้ผลผลิตดีมาก ตกไร่ละ 5-6 ตัน ราคาขายกิโลกรัมละ 9-10 บาท คาดว่าปีนี้น่าจะได้ผลผลิตไร่ละ 5 ตันเป็นอย่างต่ำ ส่วนหลังจากนี้ ยังสามารถปรับเปลี่ยนไปปลูกผักชนิดอื่นที่สร้างรายได้อีกอย่างน้อย 1 รอบ หากหมดหน้าหนาวแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง