“ยศชนัน” ถก ครีเอเตอร์ - LGBTQIA+ ผลักดันเชียงใหม่ ชูโมเดล "Cluster Tourism" เพิ่มมูลค่าท่องเที่ยว สร้างฮีโรเมืองเป็นแรงบันดาลใจให้เด็ก ย้ำความเท่าเทียมเริ่มที่ คุณค่ามนุษย์
วันนี้ (10 ม.ค.69) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนกลุ่ม LGBTQIA+, กลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์, สายงานวัฒนธรรม และภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันหาแนวทางผลักดันนโยบายให้เชียงใหม่เป็นเมืองต้นแบบที่โอบรับความหลากหลายและขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งบรรยากาศในการพบปะเป็นไปอย่างคึกคัก
โดยกลุ่มตัวแทนได้นำเสนอประเด็นสำคัญยื่นต่อพรรคเพื่อไทย สรุปเป็น 4 ยุทธศาสตร์หลัก ดังนี้ เสนอให้รัฐบาลสนับสนุน “คนตัวเล็ก” ในวงการศิลปวัฒนธรรมอย่างจริงจัง, โอกาสดิจิทัลและ E-Sport, ความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชน (LGBTQIA+) และแก้หนี้สินและปากท้อง
นายยศชนัน กล่าวว่า จากการรับฟัง และหารือร่วมกับนักวิชาการ ตนมองเห็นทิศทางที่จะผลักดันเชียงใหม่ผ่านโมเดล "Cluster Tourism" หรือการท่องเที่ยวแบบกลุ่มก้อนที่เชื่อมโยงกัน เพราะเชียงใหม่เวลาคนมาเที่ยวไม่ได้มองแค่จุดหมายปลายทางเดียว แต่มองสภาพแวดล้อมรอบข้าง เหมือนโมเดลความสำเร็จของญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ ที่ประเทศขับเคลื่อนด้วย "Storytelling" หรือเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ ประเทศมันต้องการเรื่องเล่าที่ชัดเจน และ Inspire มากๆ ซึ่งเสน่ห์จริงๆ ของเชียงใหม่ บางทีมันอยู่ที่ร้านกาแฟเล็กๆ ที่เขาเล่าเรื่องลึกๆ ได้ หรือเรื่องราวระหว่างการเดินทางก่อนไปถึงจุดหมายหลักอย่างดอยอินทนนท์ สิ่งเหล่านี้คือมูลค่าที่ภาครัฐต้องเข้ามาช่วยถักทอให้เกิดขึ้น
ส่วนการสนับสนุน Content Creator และคนตัวเล็ก นายยศชนัน กล่าวว่า ภาครัฐไม่ควรลงมือทำเอง แต่ต้องทำหน้าที่เหมือน "แมวมอง" คอยสอดส่องว่ามีกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือเด็กนักเรียนคนไหนที่มีของ มีโปรเจกที่น่าสนใจ แล้วรัฐเข้าไปสนับสนุนทุน (Funding) เพื่อให้เกิดการจ้างงานและสร้างโอกาสใหม่ๆ เพราะหากพวกเขา "เห็นโอกาส" แต่ "ไม่มีทุน" ก็ไม่สามารถไปต่อได้ นโยบายนี้จะเปลี่ยนบริการการท่องเที่ยวของไทยไปสู่ "High Value Service" หรือบริการที่มีมูลค่าสูง ซึ่งจะสร้างรายได้ที่ยั่งยืนกว่า
ส่วนประเด็นเรื่องความหลากหลายและความเท่าเทียม แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย มองลึกลงไปถึงรากฐานว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ประเด็นของกลุ่ม LGBTQIA+ เท่านั้น แต่เป็นเรื่องสากลที่ทุกกลุ่มสังคมเผชิญร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องมุสลิมหรือคริสต์ ต่างก็มีข้อกังวลเรื่องการถูกปฏิบัติที่แตกต่าง หรือความไม่เข้าใจในวิถีปฏิบัติ
"เรื่องนี้ต้องทำให้เป็นธรรมชาติ สิ่งสำคัญที่สุดคือ 'Fundamental of Life' หรือพื้นฐานของชีวิตและการเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ หากเราเข้าใจพื้นฐานตรงนี้ ความกลัวความแตกต่างจะหายไป และจะนำไปสู่การเคารพซึ่งกันและกันโดยอัตโนมัติ"
ในช่วงท้ายนายยศชนัน ได้เสนอแนวคิด "สร้างฮีโร่ของเมือง" เพื่อเป็นกรณีศึกษา ให้เด็กๆ ได้เห็นเป็นแบบอย่าง เพราะการเรียนรู้ที่ดีที่สุดต้องเริ่มจาก "Emotion" ก่อน "Logic"
"เราต้องสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กเห็นว่าคนๆ นี้ทำสำเร็จได้อย่างไร เขาดีอย่างไร เพื่อให้เด็กเกิดความรู้สึก 'ฟิน' และอยากจะเป็นแบบนั้นบ้าง ไม่ใช่การเรียนแบบท่องจำตำรา มหาวิทยาลัยและโรงเรียนต้องปรับตัวเป็น 'Incubator' หรือศูนย์บ่มเพาะ ที่ยืดหยุ่นและพร้อมสนับสนุนความฝันของเด็ก เพื่อสร้างบุคลากรที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในอนาคตได้อย่างแท้จริง" นายยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย