ปชป. ลุยหาเสียง วางเป้าหมายเศรษฐกิจ หากเป็นแกนนำรัฐบาล GDP กลับไปโตร้อยละ 5 ภายใน 4 ปี

ปชป. ลุยหาเสียง วางเป้าหมายเศรษฐกิจ หากเป็นแกนนำรัฐบาล GDP กลับไปโตร้อยละ 5 ภายใน 4 ปี

View icon 44
วันที่ 10 ม.ค. 2569 | 14.00 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ปชป.ฟีเวอร์ “อภิสิทธิ์” ควง “กรณ์-การดี” หาเสียงตลาดบองมาเช่ ประชาชนรุมเซลฟี่ วางเป้าหมายเศรษฐกิจ หากเป็นแกนนำรัฐบาล GDP กลับไปโตร้อยละ 5 ภายใน 4 ปี  ดัชนีความเชื่อมั่นการทุจริตคอร์รัปชัน ต้องสูงกว่า 100

วันนี้ (10 ม.ค.69) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช, นางการดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รวมถึงนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ และนายสกลธี ภัททิยกุล ลงพื้นที่ช่วยนายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 8 หาเสียงที่ตลาดบองมาเช่ โดยได้รับการตอบรับจากประชาชนที่มาซื้อของ รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าต่างเข้ามาขอถ่ายรูปและสวมกอด บอกจะเลือกพรรคประชาปัตย์ บางคนบอกว่า 40 ปีเลือกพรรคประชาธิปัตย์โดยตลอด ขณะที่แม่ค้าร้านเพชรโชว์บัตรสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ตลอดชีพ ตั้งแต่มีลายเซ็นในบัตรสมาชิก ช่วงที่นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกล่าวอวยพรขอให้ได้เป็นนายกฯ อีกสมัย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงนโยบายด้านการศึกษา และเนื่องในวันเด็กแห่งชาติว่า พรรคมีนโยบายดูแลตั้งแต่เด็กแรกเกิด จนถึงวัยเข้าระบบการศึกษา ควบคู่กับนโยบายเรียนฟรีจริงที่จะเข้าถึงเด็กทุกคน รวมถึงปฏิรูปหลักสูตรครั้งใหญ่เพื่อเกิดความยืดหยุ่นยืด เด็กสามารถเลือกเรียนในสิ่งที่สนใจ เพื่อสะสมเป็นชุดทักษะ และโอนหน่วยกิตตอบสนองความต้องการของชีวิต และการทำงานโลกยุคใหม่

”ในยุคปัจจุบัน จากการลงพื้นที่พบปัญหาของเด็กไทย ยังมีปัญหาด้านสังคม เช่น บุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด ที่ส่งผลต่อสมาธิและการเรียนรู้ของเด็ก“ นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่โดนใจประชาชนมากที่สุดว่า ขึ้นอยู่กับกลุ่มและอายุ เช่น เบี้ยผู้สูงอายุได้รับการตอบรับจากผู้สูงวัย และถูกใจลูกหลานที่มีหน้าที่ดูแล ส่วนเรื่องเศรษฐกิจก็เป็นเรื่องใหญ่ ในการลดค่าของชีพ ค่าไฟฟ้า และการลดหย่อนภาษี

เมื่อถามว่า GDP ของไทยในปี 2569 ตกต่ำสุด ในรอบ 30 ปี โตเพียง 1.5 ต่ำสุดในภูมิภาค หากพรรคประชาธิปัตย์ได้ร่วมรัฐบาล หรือเป็นแกนนำจะแก้ปัญหานี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเป้าหมายที่พรรคประชาธิปัตย์กำหนดไว้ หากพรรคเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ภายใน 4 ปี GDP ต้องกลับไปโตที่ร้อยละ 5 ได้ พร้อมถามกลับว่าทำไมประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในอาเซียนยังทำได้หมด โดยชี้ว่าการแก้ปัญหาไม่ใช่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจ

“แต่ต้องสร้างเครื่องยนต์ใหม่ให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ โดยอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งในเรื่องอาหาร สุขภาพและยานยนต์ไฟฟ้า หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับพลังงานสะอาด โดยเครื่องมือที่จะใช้คือปรับรื้อกฎหมาย และเพิ่มทักษะใช้เทคนิคเทคโนโลยีใช้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งหากเศรษฐกิจดี ไม่เพียงรายได้ประชาชนเพิ่มขึ้น แต่รัฐจะมีเงินดูแลประชาชนเยอะมากขึ้นเช่นกัน เป็นรัฐสวัสดิการ” นายอภิสิทธิ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวยืนยันนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีเพียง 27 นโยบาย แต่มีมากกว่า 200 นโยบาย โดยมีภาพรวมที่ฉายให้เห็น และวิธีการที่จะเป็นตัวชี้วัด นอกจาก GDP และหนี้ของประชาชนที่จะต้องลดจาก 80% เหลือ 60% ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นการทุจริตคอร์รัปชัน ปัจจุบันที่อยู่ในลำดับที่ 100 กว่าจะต้องกลับไปอยู่ที่ลำดับ 70-80

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้เป็นวันเด็ก และพบเด็กไปร่วมงานส่วนใหญ่อยากเป็นทหาร และเป็นกระแสรักชาติ พรรคนำเรื่องนี้หาเสียงอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อเกิดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาทุกคนย่อมต้องการแสดงออกในการปกป้องประเทศไทย

“เชื่อว่าเด็กดูจากข่าวและเกิดความรู้สึกว่านี่เป็นประเทศของเขา อนาคตของเขาอยู่ที่นี่ เขาก็ต้องการจะมีส่วนร่วม และต้องให้ความรู้กับทุกคนว่าเรื่องการปกป้องอธิปไตยและสิทธิของเรา เราต้องทำแน่นอน ขณะเดียวกันวันข้างหน้าเราต้องคิดถึงเรื่องของการอยู่ร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย นักการเมืองและผู้นำต้องระมัดระวัง อย่าเติมเชื้อความขัดแย้ง เราสามารถที่จะเข้มแข็งได้โดยไม่จำเป็นต้องเติมเชื้อความขัดแย้ง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ฝากถึงเด็กๆ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติว่า อนาคตอยู่ที่พวกเขาทุกคน ที่เป็นเด็กๆ การที่มีเด็กแสดงให้เห็นว่าผู้ใหญ่ และสังคมให้ความสำคัญกับเรา อยากให้พวกเราทุกคนมีความหวัง ตั้งเป้าในชีวิตว่าอยากจะเป็นอะไร และทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง