ศาลสูงสุดสหรัฐฯ เลื่อนตัดสินคดีภาษี ทรัมป์ เป็น 14 ม.ค.

View icon 106
วันที่ 10 ม.ค. 2569 | 18.06 น.
รอบรั้วรอบโลก
แชร์
ศาลสูงสุดสหรัฐฯ เลื่อนตัดสินคดีภาษี "ทรัมป์" ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ขณะที่ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ คุยโว้ มีเงินเพียงพอ หากผู้ประกอบการร้องขอเงินภาษีคืน

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ เลื่อนการตัดสินชี้ขาดว่า มาตรการขึ้นภาษีตอบโต้สินค้านำเข้าจากคู่ค้าประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จากเดิมที่คาดว่าจะมีการตัดสินคดีในวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา คาดว่าจะเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 14 มกราคม ซึ่งศาลฯ ระบุในเว็บไซต์ว่า อาจมีการประกาศคำตัดสินในคดีที่มีการโต้แย้งกัน ในวันพุธหน้า แต่ศาลฯ ไม่ได้มีการประกาศล่วงหน้าว่าคดีใดบ้างที่จะได้รับการตัดสิน

ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทนำเข้าสินค้าและบริการจากต่างประเทศกำลังรอลุ้นคำตัดสินดังกล่าว และเตรียมฟ้องเรียกร้องขอเงินภาษีที่จ่ายไปแล้วคืนจากรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นจำนวนเงินสูงถึง 150,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 4.7 ล้านล้านบาท หากศาลฯ ตัดสินว่าการขึ้นภาษีดังกล่าวโดยใช้อำนาจของประธานาธิบดี ภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act) นั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใด ใช้อำนาจนี้มาก่อน

ขณะที่ นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ มีเงินมากเพียงพอที่จะจ่ายคืนภาษีนำเข้าตามคำสั่งศาลฯ แต่การชำระคืนจะทยอยจ่ายเป็นงวด ๆ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรืออาจนานถึง 1 ปี อย่างไรก็ตาม เขาไม่เชื่อว่าศาลฯ จะตัดสินให้คำสั่งขึ้นภาษีตอบโต้ของทรัมป์นั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ต้องจับตาศาลสูงสุดสหรัฐฯ พิจารณาคดีภาษีตอบโต้ของทรัมป์ หากศาลฯ ชี้เป็นโมฆะ ภาษีนำเข้าสหรัฐที่เก็บจากไทย จะกลับมาอยู่ระดับเดิม เฉลี่ยไม่เกิน 3% ส่วนภาษีนำเข้าที่ไทยเสียไปแล้วที่ 19% อาจจะต้องพิจารณาขอคืนภาษี แต่หากไม่เป็นโมฆะ ไทยพร้อมเดินหน้าเจรจาภาษีตอบโต้กับสหรัฐต่อทันที หวังสรุปให้เร็ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง