ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - ผลจากการจับกุม "เฉินจื้อ" ส่งผลให้จุดที่ต้องสงสัยว่าเป็น ฐานสแกมเมอร์ในหลายเมือง เริ่มเคลื่อนไหว พาคนอพยพออกจากอาคารกลางดึก คาดเป็นการหลบหนีการจับกุม
เป็นเหตุการณ์ขณะที่ชาวต่างชาติกลุ่มใหญ่ พากันออกเดินทางจากอาคารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ "ไชร์ธม" ของ กัมพูชา ซึ่งเป็นอีกเมืองที่อยู่ใกล้พื้นที่ชายแดน กัมพูชา-เวียดนาม จุดนี้เป็นอีกจุดที่มีข้อมูลตามรายงานข่าวระบุว่า เป็น "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" ที่มีกาสิโน และตึกแถวจำนวนมาก คล้ายกับสีหนุวิลล์ และบาเวต ที่ถูกระบุว่า เป็นแหล่งกบดานของกลุ่มธุรกิจคอลเซนเตอร์ หรือแก๊งสแกมเมอร์
และจุดนี้เชื่อมโยงกับปฏิบัติการสู้รบของไทย เพราะมีอาคารกาสิโนร้างหลายแห่ง ที่ทหารไทยใช้เครื่องบิน F-16 ทำลาย ตามข้อมูลที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นคลังเก็บอาวุธ และฐานสแกมเมอร์ โดยเฉพาะอาคารชื่อ "ทมอดา กาสิโน" และอาคารสีขาวขนาดใหญ่ในบริเวณใกล้เคียง
ส่วนสถานการณ์ในเมือง "บาเวต" ที่ไม่กี่วันก่อน ก็มีการอพยพใหญ่เช่นกัน และอย่างที่เราเห็นว่ามีภาพคลิปประหลาด ๆ ทั้งหญิงยืนทำร้ายตัวเองข้างกาสิโน หรือภาพขนย้ายคนใส่กรง วิ่งไปตามถนน สรุปแล้วเกิดจากตำรวจกัมพูชาเปิดปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้นอาคาร "ฉ่ายตง จินวัน" หลังพบเป็นแหล่งกบดานของสแกมเมอร์ และมีการมั่วสุมยาเสพติด ซึ่งผลการเปิดปฏิบัติการต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ถึงปัจจุบัน ระบุจับกุมผู้ต้องสงสัยไป 658 คน ไม่นับคนที่หลบหนีไปได้ทัน
ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ส่งผลดีให้กับเหยื่อที่ถูกหลอกด้วย หรือไม่ มีข่าวดียืนยันว่า สามารถช่วยเหลือเหยื่อคนไทย ที่เป็นนักศึกษาหนุ่ม ที่มาร้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้แล้ว แต่ติดขัดเรื่องการส่งตัวกลับ เลยทำให้ทั้งหมดไปอยู่ในการดูแลของสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ มีทั้งหมด 30 คน เตรียมส่งตัวกลับไทยวันพุธนี้
ส่วนอีกเคสที่ยกตัวอย่างไปเมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่แม่ขอความช่วยเหลือว่าลูกถูกอุ้มไปเป็นแก๊งสแกมเมอร์ สอบถามกับทางตำรวจ ยังไม่ยืนยันว่าช่วยได้แล้ว หรือไม่ เพราะเบาะแสที่ส่งมา มีข้อมูลคลาดเคลื่อน แต่ก็ยังไม่หมดหวัง อย่างไรก็ตาม ตำรวจบอกว่า ที่ผ่านมาพยายามจะสร้างวัคซีนไซเบอร์ ผ่านรูปแบบต่าง ๆ อย่างเมื่อวานก็แฝงไปในรูปกิจกรรมเชิงตอบคำถามตามโรงพัก เพราะแนวโน้มการก่อคดีของสแกมเมอร์ เริ่มหันพุ่งเป้าไปที่เยาวชนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการหลอกเป็นบัญชีธนาคาร