ตำรวจทำเสียเอง เร่งล่ามาดำเนินคดี สิบเวรโรงพักทุ่งใหญ่ นำผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติดออกห้องขังพาหนี ตอนเช้าทำทีแจ้งร้อยเวรว่าผู้ต้องหาหนี ก่อนพบพบหลักฐานมัด ศาลอนมัติออกหมายจับ
วันนี้ (11 ม.ค. 69) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ผบช.ภ.8) สั่งการให้ พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รอง ผบช.ภ.8 รักษาการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช (รรท.ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช) พร้อม พ.ต.อ.ธีระวุฒิ เทพเลื่อน ผกก.สส. ภ.จว.นครศรีธรรมราช จัดกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กำลังชุดสืบสวนของ ภ.จว.นครศรีธรรมราช ร่วมกับกำลังจากชุดสืบสวน บก.สส.ภ. 8 และกำลังชุดสืบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ ออกติดตามจับกุม จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ มีสีจันทร์ อายุ 35 ปี ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช และ นายเอกลักษณ์ เดชผลิต หรือ ตู่ มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 10 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริย ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ สั่งการให้ พ.ต.ท.ประพันธ์ เดชารัตน์ รองผกก.(สอบสวน-) สภ.ทุ่งใหญ่ พร้อม พ.ต.ท.เจรวัตร จรจบ รองผกก.(สอบสวน) สภ.ทุ่งใหญ่ และ พ.ต.ท.สัมภาษณ์ ผลถาวร สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งใหญ่ นำสำนวนการสอบสวนพร้อมพยานหลักฐาน เสนอศาลจังหวัดทุ่งสง เพื่อขออนุมัติออกหมายจับ จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ ในคดีอาญา ซึ่งหลังจากพิจารณาคำร้องประกอบพยานหลักฐาน ศาลจังหวัดทุ่งสงได้อนุมัติหมายจับ ที่ 15/2569 ลงวันที่ 10 ม.ค. 69 ข้อหาหรือฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงาน มีตำแหน่งหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ที่ต้องคุมขังตามอำนาจของพนักงานสอบสวน ได้กระทำด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ที่อยู่ในระหว่างคุมขังนั้น หลุดพ้นจากการคุมขังไป , เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ โดยให้จับตัวมาดำเนินคดีภายในอายุความ 15 ปี
ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อเวลา 07.15 น. วันที่ 10 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา พ.ต.ท.สัมภาษณ์ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสื่อสารของ สภ.ทุ่งใหญ่ ว่ามีผู้ต้องหาหลบหนีจากที่คุมขัง จึงรายงานให้ พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ มาตรวจสอบ
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด สอบพยานผู้เกี่ยวข้อง กระทั่งพบว่า จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ เข้าเวรสิบเวรดูแลห้องควบคุมผู้ต้องขัง โดยในเวลา 01.24 น. วันที่ 10 ม.ค. 69 ทาง จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ ได้นำตัว นายเอกลักษณ์ ผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติด ออกจากห้องขัง แล้วพาหลบหนีออกจาก สภ.ทุ่งใหญ่ ไปในเวลากลางคืน กระทั่งตอนเช้าเวลา 07.15 น. วันเดียวกัน ก่อนที่จะมีการผลัดเปลี่ยนเวรของสิบเวรบนโรงพัก จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ ได้แจ้งกับร้อยเวรป้องกันปราบปรามที่มาตรวจความเรียบร้อยห้องควบคุม ว่าผู้ต้องหาคนดังกล่าวหลบหนีออกจากที่คุมขัง จากนั้น จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ ก็ได้หายตัวไป
ต่อมา ผู้บังคับบัญชาและเพื่อนตำรวจร่วมโรงพัก ได้ติดตามตัวไปที่บ้านพักและบ้านญาติ แต่ปรากฏว่า จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่สามารถติดต่อได้ จึงนำไปสู่การเสนอศาลจังหวัดทุ่งสงออกหมายจับดังกล่าว
อย่างไรก็ตามมีรายงานล่าสุดว่า ผู้บังคับบัญชารดับสูงสั่งให้มีการสอบสวนสืบสวนขยายผลถึงความสัมพันธ์ระหว่าง จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ กับ นายเอกลักษณ์ สาเหตุหรือแรงจูงใจในการกระทำการดังกล่าว