เจาะประเด็นข่าว 7HD - คดีที่ลูกน้องคนสนิทอ้างว่า บิ๊กโจ๊ก ให้นำทองคำแท่ง 246 บาท เป็นสินบนกรรมการ ป.ป.ช. กำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นในสำนักงาน ป.ป.ช. ติดตามเรื่องนี้จากคอลัมน์หมายเลข 7
นี่เป็นคลิปหลักฐานสำคัญที่ตำรวจชุดสืบสวนนำมาแถลง เพื่อยืนยันว่า "บิ๊กโจ๊ก" พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา สั่งการให้นำทองคำแท่ง 246 บาท มอบเป็นสินบน "นายเอกวิทย์" กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีหลายคดีอยู่ในความรับผิดชอบ
โดยพันตำรวจเอก ภาคภูมิ อดีตลูกน้องคนสนิท "บิ๊กโจ๊ก" เป็นผู้นำสินบนส่งมอบให้ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ ผู้รับคือ รปภ.ประจำตัวของกรรมการ ป.ป.ช.
และมีจังหวะหนึ่ง เชื่อว่า พันตำรวจเอก ภาคภูมิ ยกมือไหว้ กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งนั่งอยู่ในรถประจำตำแหน่ง
การนำหลักฐานออกมาแถลงของตำรวจ เพื่อยืนยันว่า ทองคำแท่ง 246 บาท มีจริง ทำให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ "นายเอกวิทย์" กรรมการ ป.ป.ช. ที่ถูกกล่าวหา พ้นจากหน้าที่ความรับผิดชอบการกำกับดูแลสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1 และสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 1 ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับคดีดังกล่าว
ทำให้ "นายเอกวิทย์" เหลือหน่วยงานดูแล เพียงสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 8 เท่านั้น
ขณะที่ก่อนหน้านี้ "นายเอกวิทย์" ส่งทีมทนายความ แจ้งความเอาผิด พันตำรวจเอก ภาคภูมิ แจ้งความเท็จ และปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับการให้สินบน
ปฏิเสธไม่ได้ว่า คดีที่เกิดขึ้น สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อสำนักงาน ป.ป.ช.
ศาสตราจารย์ ด๊อกเตอร์ ปังปอนด์ รักอำนวยกิจ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า ทุกองค์กรอิสระ ต้องตรวจสอบได้ โดยอำนาจของประชาชน แต่ที่ผ่านมา ปัญหามักเกิดขึ้น จากการแต่งตั้งผิดพลาด
ขณะที่สำนวนคดีของบิ๊กโจ๊ก ที่อยู่ในการพิจารณาของ ป.ป.ช. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการ ป.ป.ช. รักษาการเลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุ ป.ป.ช. ยังไม่ได้นำเรื่องว่าจะส่งสำนวนคืนกลับให้พนักงานสอบสวน เข้าที่ประชุม ป.ป.ช. เพราะมีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ต้องตรวจสอบ เนื่องจากลักษณะคดีไม่เหมือนคดีปกติ แต่เชื่อมโยงกับบุคคลหลายฝ่าย