สนามข่าว 7 สี - ช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา พบการเคลื่อนย้ายอพยพครั้งใหญ่ทางกัมพูชา บางเหตุการณ์ใช้คำว่า "หนีตาย" ยังได้ ออกเดินทางทั้งวันทั้งคืน จนเกิดอุบัติเหตุแบบนี้
ช่วง 20.00 น. วันที่ 10 มกราคม ในกรุงกำปง จังหวัดพระสีหนุ คนขับรถสัญชาติจีน และเป็นการขับซิ่งหนีแบบสุดชีวิตไปตามถนนสาย 4 เฉี่ยวชนรถไปตลอดทาง และยังลากเอารถจักยานยนต์ติดไปกับใต้ท้องรถเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ก่อนที่จะไปต่อไม่ได้
เหตุการณ์นี้ มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน แต่ยังไม่ข้อสรุปจากตำรวจว่าจะเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์หรือไม่
ช่วงบ่ายโมงวานนี้ (11 ม.ค.) เกิดอุบัติเหตุอีก บนถนนสาย 4 เหมือนเดิม คนขับก็เป็นคนสัญชาติจีน ดีว่ารอบนี้ไม่มีการสูญเสียในชีวิต
หลายคนตั้งข้อข้อสังเกตว่า ถนนเส้นนี้เป็นพื้นที่ที่มี "ฐานที่มั่น" ของทุนจีนสีเทาอยู่หลายจุด รวมถึงโครงการขนาดใหญ่ที่ถูกสงสัยว่าฐานสแกมเมอร์
หากย้อนไปดูภาพในช่วง 9-11 มกราคม จะเห็นความเคลื่อนไหวใหญ่เกิดขึ้นหลายจุดพร้อมกัน อย่างจุดนี้ พื้นที่ชเรย์ทอม จังหวัดกันดาล เมืองใกล้ชายแดนกัมพูชา-เวียดนาม มีข้อมูลว่าเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่รายล้อมไปด้วยกาสิโน และตึกแถวคล้ายกับสีหนุวิลล์ และบาเวต
สื่อต่างชาติ ตั้งข้อสงสัยความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นว่า ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับย่านธุรกิจที่มีคนจีนเกี่ยวข้อง หลายพื้นที่มีความเชื่อมโยงกัน แต่ก็ยังไม่มีแถลงการณ์ใด ๆ จากกัมพูชา
เหตุการณ์เหล่านี้ ถูกนำมาเชื่อมโยงกับข่าวการส่งตัว "เฉินจื้อ" ให้กับทางการจีน (9 ม.ค.) ก่อนที่สำนักงานสืบสวนอาชญากรรม กระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน จะแพร่ภาพการควบคุมตัว "เฉินจื้อ" ผ่าน "เว่ยป๋อ" ซึ่งนั่นอาจเป็นเพียงเรื่องเดียว ที่น่าจะเป็นสัญญาณชัดเจนว่า กัมพูชาอยู่เฉยเรื่องการปราบสแกมเมอร์ต่อไปอีกไม่ได้แล้ว
ข้อมูลจากสื่อต่างประเทศ ตั้งข้อสังเกตว่า "เฉินจื้อ" ถูกจับ แต่โรงงานเครือบริษัทกลุ่ม "ปริ๊นท์" ดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะยังเห็นดำเนินกิจการต่อไปตามปกติ
ก่อนหน้านี้ นายพาน พานา นักข่าวกัมพูชา ที่อยู่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลฮุนเซน ออกมาแฉว่า "เฉินจื้อ" มีอีกสถานะ คือได้รับความไว้วางใจระดับเดียวกับ "บุตรบุญธรรม" ของ สมเด็จฯ ฮุน เซน มีภาพหลักฐานเป็นเอกสารบางส่วนที่ลงท้ายว่า "ฮุน มาชิ" แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหน สุดท้ายกัมพูชาก็ประกาศปลดสถานะพลเรือนไปแล้วเรียบร้อย เมื่อเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา
ในรายการ "มีเรื่องต้องคุย" นายทรงฤทธิ์ โพนเงิน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง เคยพูดถึงประเด็นนี้ว่า "เฉินจื้อ" เดิมอยู่ในกลุ่ม 14K เป็นกลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่ ทำหน้าที่เป็นเพียงคนฟอกเงิน คอยแปลงเงินทุนสีเทา สีดำ เป็นเงินสะอาด การตัดหางไปอีกหนึ่ง ไม่ได้ทำให้สแกมเมอร์ยุติลง เพราะหัวยังอยู่
ส่วนภาพความวุ่นวาย ทั้งการทะเลาะกันของกลุ่มชาวจีน ในเมืองสีหนุวิลล์ การอพยพย้ายออกจากเมืองไปพื้นที่อื่นกลางดึก ตามข่าวระบุว่า ตำรวจได้รับนโยบายใหม่ ให้เพิ่มความเข้มตรวจสอบชาวต่างชาติมากขึ้น หรือว่ากัมพูชาจะเปิดละครฉากใหม่ เหมือนจะเอาจริง เพื่อฟอกตัวเป็นเมืองสีขาวปลอดสแกมเมอร์
คุณเบิร์ด ตัวแทนจากมูลนิธิ IMF ที่คอยช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน กลับมองว่า ไม่น่าเชื่อถือ เพราะตราบใดที่ยังทำเงินได้ แก๊งสแกมเมอร์ก็จะยังหล่อเลี้ยงกัมพูชาต่อไป
หลักฐานสำคัญ ก็คือข้อมูลพิกัดฐานใหม่ของตึกสแกมเมอร์ ที่เขาเคยประสานช่วยเหลือเหยื่อคนไทยออกมาได้ 3 คน ที่ตอนนี้พบว่า ย้ายไปอยู่อีกสถานที่หนึ่ง และถ้ามีการกวดขันอีก ก็ย้ายอีกวนไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ยากต่อการหาข้อมูลจากนานาชาติ
สอดคล้องกับที่ เพจฯ ASEAN "มอง" ไทย ว่าไปเจอฐานใหม่อยู่ในจังหวัดตะโบงคมุม ติดชายแดนเวียดนาม เพราะตอนนี้ เมืองปอยเปต ไปต่อไม่ไหวแล้ว คิดมานานแล้วว่าจะไม่อยู่ติดกับชายแดนไทยอีก
ตำรวจฝากบอกว่า ที่ผ่านมาพยายามจะสร้างวัคซีนไซเบอร์ผ่านรูปแบบต่าง ๆ เช่น ให้เอาไปตั้งคำถามชิงรางวัลในงานวันเด็กที่ผ่านมา เพราะแนวโน้มการก่อคดีของสแกมเมอร์ เริ่มหันพุ่งเป้าไปที่เยาวชนมากขึ้น
จากข้อมูลของมูลนิธิกระจกเงา ปีที่แล้ว มีข้อมูลเด็กหาย 19 ราย ที่ถูกหลอกไปเป็นแก๊งสแกมเมอร์ และเรื่องที่ไม่ค่อยรู้ทัน อย่างการหลอกเปิดบัญชีธนาคาร เป็นบัญชีม้าก็เยอะ