นายกฯ รับเหตุลอบบึ้มปั๊มน้ำมันชายแดนใต้ 11 จุด เป็นเหตุก่อความไม่สงบ

นายกฯ รับเหตุลอบบึ้มปั๊มน้ำมันชายแดนใต้ 11 จุด เป็นเหตุก่อความไม่สงบ

View icon 20
วันที่ 12 ม.ค. 2569 | 15.35 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
นายกฯ รับเหตุลอบบึ้มปั๊มน้ำมันจังหวัดชายแดนใต้ เป็นเหตุก่อความไม่สงบ ลั่นปัดความรับผิดชอบไม่ได้ ต้องสังคยนาด้านการข่าว เผยคุย ประธานบอร์ด ปตท. เร่งเยียวผู้ประกอบการ ให้เดินหน้ากิจการต่อได้

วันนี้ (12 ม.ค.69)นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันพร้อมกัน 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ได้หารือกับพลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต.) ตั้งแต่วานนี้แล้ว  และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เชิญ รองเสนาธิการทหารสูงสุด พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เลขาธิการ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาหารือเพิ่มเติม ให้เร่งดำเนินคดีให้เร็วที่สุด สืบสวนหาที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร 

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ในส่วนของ ศอ.บต.ให้เร่งดำเนินการดูแลผู้บาดเจ็บ ประมาณ 7 คน และการช่วยเหลือเยียวยา รวมถึงให้เร่งหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้น คือ ปั๊มน้ำมัน ปตท.ทั้งหมด ซึ่งตนได้โทรหา นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานคณะกรรมการ ปตท.ให้หาวิธีและหาแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการเหล่านี้ เพื่อให้ดำเนินกิจการต่อไปได้ เพราะถ้าผู้ประกอบการบอกว่าเลิกทำแล้ว จะยิ่งทำให้สมใจคนร้าย และต้องเห็นใจผู้ประกอบการเหล่านี้เพราะไม่มีบริษัทประกันภัยที่จะครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการก่อการร้าย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเบื้องต้นยังยืนยันว่าไม่ใช่การก่อความไม่สงบหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะบอกว่าไม่ใช่การก่อความไม่สงบได้อย่างไร เพราะเกิดขึ้นทั้ง 3 จังหวัด และมีการเน้นเป้าหมาย

เมื่อถามต่อว่า แสดงว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองที่จะมีการเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า  หลายอย่างรวมกัน ได้สอบถามและให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้วิเคราะห์และประเมินให้ฟังคร่าว ๆ มีเรื่องเกี่ยวพันกันทั้งการเมือง ความไม่หวังดี  ความไม่ต้องการเห็นสันติสุขความสงบสุขเกิดขึ้น รวมถึงก่อนที่จะมีการต่ออายุการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน มักจะเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น ตนก็รับฟัง แต่การข่าวต้องสังคายนาอย่างมาก

ส่วนการเลือกตั้งระดับประเทศที่จะมีขึ้น  จะมีการกำชับเข้มงวดหรือไม่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า  ต้องพูดถึงการรักษาความปลอดภัย และป้องกันความไม่สงบเรียบร้อย ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 บอกว่าช่วงที่เกิดเหตุ เป็นช่วงรอยต่อพอดี เพราะมีการระดมกำลังพลไปดูช่วงวันเด็ก และเกิดเหตุในเช้าวันอาทิตย์ จึงได้กำชับแม่ทัพภาคที่ 4 และแจ้ง เลขา ศอ.บต. ว่าเกิดเหตุแบบนี้ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ และเป็นพื้นที่ที่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมีการประกาศกฎอัยการศึกในบางอำเภอด้วย ถึงอย่างไรก็อยู่ในความรับผิดชอบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง