วันนี้ (12 ม.ค 69) โรงเรียนสอนชงชาในประเทศญี่ปุ่นกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการขาดแคลนผงมัตจะอย่างรุนแรง เนื่องจากกระแสความนิยมชาเขียวที่แพร่หลายไปทั่วโลก ส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์พุ่งสูงขึ้น
แม้กระทรวงเกษตรของญี่ปุ่นพยายามเร่งเพิ่มการผลิต "เทนฉะ" ซึ่งเป็นใบชาที่นำมาบดเป็นผงมัตจะ แต่ภาคอุตสาหกรรมยังคงประสบปัญหาในการตอบสนองความต้องการของตลาด เนื่องจากประชากรเกษตรกรสูงวัยและขาดแคลนผู้สืบทอด
อาจารย์สอนชงชาหญิงวัย 50 ปีรายหนึ่งซึ่งเปิดคลาสสอนพิธีชงชาในกรุงโตเกียวและจังหวัดไซตามะ กล่าวกับสำนักข่าวเกียวโดว่า "ฉันอาจจะต้องตีอากาศแทนชาในถ้วยเปล่า" พร้อมทั้งเล่าว่า ตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนปี 2568 การหาซื้อผงมัตจะเกียวโตจากร้านประจำของเธอนั้นกลายเป็นเรื่องยากมากขึ้น จนเธอต้องตระเวนหาซื้อจากร้านอื่นแทน
ด้วยเหตุที่จำนวนผู้สืบสานศิลปะการชงชาลดน้อยลงอยู่แล้วท่ามกลางสังคมสูงอายุ บรรดาผู้เชี่ยวชาญจึงต่างพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยที่จะซ้ำเติมให้คนหันหลังให้กับศิลปะแขนงนี้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากราคาอุปกรณ์ชงชาปรับตัวสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้โรงเรียนสอนชงชาหลายแห่งไม่มีทางเลือก นอกจากต้องผลักภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้เรียน
ในจังหวัดเกียวโต การหลั่งไหลเข้ามาของนักท่องเที่ยวที่ต้องการผลิตภัณฑ์มัตจะ ส่งผลให้ต้นทุนการซื้อขายเทนฉะพุ่งสูงขึ้น โดยราคาใบชาใหม่ในฤดูกาล 2568 พุ่งสูงขึ้นถึงสามเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า