ศาลโลกเริ่มการพิจารณาคดีที่ “เมียนมา” ถูกกล่าวหาว่ากระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อย “ชาวโรฮีนจา”
วันนี้ (13 ม.ค. 69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ (International Court of Justice) หรือ “ศาลโลก” เริ่มการพิจารณาคดีที่ประเทศแกมเบีย ซึ่งเป็นประเทศในทวีปแอฟริกาที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ได้กล่าวหาว่าเมียนมากระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชนกลุ่มน้อยชาว “โรฮีนจา” ซึ่งถือเป็นคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คดีแรกในรอบกว่า 10 ปี ที่ศาลโลกจะพิจารณาคดีอย่างรอบคอบและจริงจัง โดยใช้เวลาไต่สวนทั้งสองฝ่าย ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (12 ม.ค. 69) ไปจนถึงวันที่ 20 มกราคม 2569
ก่อนหน้านี้ คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงของสหประชาชาติ ได้สรุปผลการตรวจสอบว่า ปฏิบัติการผลักดัน “ชาวโรฮีนจา” ประมาณ 730,000 คน ไปยังประเทศบังกลาเทศของกองทัพทหารของเมียนมา เมื่อปี 2560 มีการกระทำที่เข้าข่ายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์รวมอยู่ด้วย แต่ทางเมียนมาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นสรุปผลการตรวจสอบที่มีอคติ และการโจมตี “ชาวโรฮีนจา” ของกองทัพเมียนมามีเป้าหมายไปที่กลุ่มกบฏชาวโรฮีนจาเท่านั้น
โดยคดีนี้ถูกฟ้องร้องภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษอาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พ.ศ.2491 ซึ่งตราขึ้นหลังจากการสังหารหมู่ชาวยิวในสมัยนาซี โดยนิยามการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ว่า "การกระทำที่กระทำด้วยเจตนาที่จะทำลายทั้งหมดหรือบางส่วนของกลุ่มชาติพันธุ์ เชื้อชาติ หรือศาสนา"
ทั้งนี้ ผลการพิจารณาคดีครั้งนี้อาจมีผลต่อการพิจารณาคดีที่แอฟริกาใต้กล่าวหาอิสราเอลว่ากระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา