สนามข่าว 7 สี - ภาพการอพยพของชาวต่างชาติที่อยู่ในกัมพูชา ที่มองจากนอกโลกยังบอกได้ว่า "ไม่ปกติ" อพยพย้ายถิ่นพร้อม ๆ กัน ต่อเนื่องกันหลายวันแบบนี้ ต้องมีปลายทาง แต่จะเป็นที่ไหนกัน
เสียงปืนอาจฟังไม่ชัด แต่ภาพอลหม่านหนีตายชัดเจน ซึ่งนี่เป็นเหตุการณ์ภายในอาคารที่ชื่อ "ฉ่ายตง 5A" ในจังหวัดพระสีหนุ (สีหนุวิลล์)
ข้อมูลตามรายงาน ระบุว่า นี่คือกลุ่มสแกมเมอร์ ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไล่ตามและทำร้ายขณะหลบหนี โดยเสียงคนที่พูดในคลิป คือ ชาวเวียดนาม และจีน พยายามฝ่าวงล้อมหนีออกจากนิคมฯ
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับอาคารชื่อ "จินวัน" มีความเชื่อมโยงกับ "เฉินจื้อ" ภาพการวิ่งหลบหนีออกมา ยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าหนีอะไร แต่ตามรายงานคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นการย้ายฐานหลบหนีอย่างเร่งด่วนออกจากอาคาร "จินวัน 5A"
จริง ๆ เรื่องของ "เฉินจื้อ" ต้องบอกว่า กัมพูชา กดดันออกมาให้เห็นต่อเนื่อง ทั้งการระงับยุติการให้บริการของ "ปริ๊นท์ แบงค์" และล่าสุด สั่งระงับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในเครือ "ปริ๊นท์" ที่เรียกว่าแช่แข็งทรัพย์สินทั้งหมด ไม่ให้โยกย้ายไปไหน
ส่วนภาพนี้ ทีแรกเข้าใจว่า น่าจะเป็นทหารกัมพูชา แอบส่องไทยในเมืองทมอดา แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ ข้อมูลที่สื่อกัมพูชารายงาน ระบุว่า เป็นกลุ่มสแกมเมอร์ มักทำงานอยู่ในอาคารปิด (หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ) พื้นที่ "ทมอดา" จังหวัดโพธิสัฐ ติดกับจังหวัดตราดของไทย ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นขบวนรถยนต์กำลังแห่เดินทางออกจากพื้นที่ด้วย
ส่วนในสีหนุวิลล์ ยังคงมีภาพชาวต่างชาติจำนวนมากทยอยแห่พากันออกเดินทางจากอาคาร "จินเป่ย 6"
แค่หนียังไม่พอ เมื่อวาน มีรายงานพบศพ หญิงรายหนึ่ง "พลัดตก" อาคารกาสิโน "ก้าน เยว่" (Grand Chiew) เสียชีวิตทันที ตำรวจกำลังดำเนินการหาสาเหตุที่แท้จริง ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าทำไมหญิงคนนี้ถึงเสียชีวิต
ความโกลาหลที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับกลุ่มชาวต่างชาติในกัมพูชา หลังมีนโยบายใหม่ กวาดล้างกลุ่มทุนสีเทา ที่ทั่วโลก รวมถึงไทยกดดันให้กัมพูชาดำเนินการ แต่บ่ายเบี่ยงมาตลอด แต่ถามว่าเคลื่อนไหวใหญ่ขนาดนี้จะทำให้กัมพูชาเป็นสีขาว ปราศจากสแกมเมอร์ได้หรือไม่
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ (อดีตนักการเมือง และกูรูแวดวงธุรกิจสีเทา) วิเคราะห์สถานการณ์แก๊งสแกมเมอร์ว่า ไม่ได้หลบหนีไปทั้งหมด ยังเหลืออยู่ 30-40%
เพราะมีการจับกุม และแยกย้ายหลบหนีไปบ้าง ความเสียหายจริง ๆ เป็นผลพวงการสู้รบกับไทย ทำให้แก๊งเสียหาย ต้องย้ายฐานไปอยู่ในเมืองอื่น
และยังบอกใบ้เกี่ยวกับท่าทีของ "เฉินจื้อ" กับสายสัมพันธ์ "สมเด็จฯ ฮุน เซน" ว่า การจะเข้าไปทำธุรกิจใหญ่ในกัมพูชาได้ ต้องให้ "ฮุนเซน" ไฟเขียว ถึงจะทำได้
มาถึงคำถามสำคัญ หนีกันแทบจะยกเมืองขนาดนี้ ปลายทางไปไหนกัน ถ้าดูจากรายงาน UNODC ฉบับล่าสุด วิเคราะห์การย้ายถิ่นฐานของสแกมเมอร์ เป็นส่วน ๆ เริ่มจาก เมือง KK Park และ ชเวโก๊กโก่ ในเมียนมา
ระบุว่า กลุ่มระดับล่าง (พวกแรงงาน) ทะลักเข้าสู่ตัวเมืองเมียวดี ส่วนกลุ่มระดับหัวหน้า (Boss) ย้ายฐานเข้าไปยัง "ค่ายกะเหรี่ยง BGF" อยู่ในป่าลึก หรือเคลื่อนย้ายไปยังรัฐมอญ เพื่อตั้งฐานชั่วคราว โดยมีผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่อาจเป็นเพียงละครตบตา เพราะ "กลุ่ม BGF" ยังคงเรียกรับผลประโยชน์ อีกทั้งฐานใหญ่ไม่อยู่ แต่สภาพอาจเปลี่ยนเป็นกระจายตัวไปสู่ "ค่ายย่อย" ขนาดเล็กหลายสิบแห่งรอบ ๆ เมียวดีแทน
กลุ่มที่อพยพมาจาก "กัมพูชา" ส่วนหนึ่งพยายามย้ายกลับเข้าฐานที่เมียนมา แต่ถูกสกัดไว้ อีกส่วนพยายามไปให้ถึงพื้นที่ "สามเหลี่ยมทองคำ" เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานกาสิโนรองรับ และมีการควบคุมที่ซับซ้อน ยากต่อการเข้าถึงของตำรวจ
และฉีกไปทาง "ฟิลิปปินส์" ตามข้อมูลพบกลุ่มทุนจีนสีเทา ย้ายจากสีหนุวิลล์ ไปยังฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้น ใช้ฉากบังหน้าทำธุรกิจ POGO ((Philippine Offshore Gaming Operators) แอบเปิดแบบใต้ดิน เป็นกลุ่มหัวกะทิ นายทุนคริปโตฯ))
ถ้าไม่เข้า "ฟิลิปปินส์" ก็จะไปสหรัฐอาหรับเอมิเรต (หรือ UAE : นครดูไบ) เพื่อฟอกเงินผ่านระบบกาสิโน และสินทรัพย์ดิจิทัลแทน
ทั้งนี้ ยังมีรายงานประเมินรายได้แก๊งสแกมเมอร์ในภูมิภาค ลุ่มน้ำโขง พุ่งสูง 4.38 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี (ประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท) และยังประเมินว่ายังมีเหยื่อถูกหลอกมาทำงานตกค้างอยู่นับแสนคน