เช้านี้ที่หมอชิต - เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย แถลงความคืบหน้าเหตุวางระเบิด-เผาปั๊มน้ำมัน 11 จุด มีความเชื่อมโยงขบวนการบีอาร์เอ็น
โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงภาพรวมว่า ได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด บูรณาการงานข่าวร่วมกับตำรวจ เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจ-จุดสกัด ตรวจเข้มจุดผ่านแดน และตามเส้นทางเพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่
ส่วนการตรวจหลักฐานเหตุระเบิด 11 จุด รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ บอกว่า พบระเบิดแสวงเครื่อง ประกอบใส่ถังก๊าซ ถังดับเพลิง และกล่องเหล็กจุดชนวนด้วยนาฬิกา และรีโมต ในหลายจุดใส่เส้นเหล็ก เพื่อเพิ่มอนุภาพการทำลายและสังหาร
ที่จังหวัดปัตตานี และยะลา คนร้ายยิงปืนเพื่อเปิดทางหนี ผลการตรวจปลอกกระสุนปืน 2 จุด พบเคยใช้ก่อเหตุมาแล้ว 22 คดี 1 ในนั้นเป็นคดียิง ชรบ. เสียชีวิต 15 ศพ ปี 2562 ที่จังหวัดยะลา และยิงโต๊ะอิหม่ามที่บ้านน้ำเย็น จังหวัดยะลา เมื่อปี 2567 จากการวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของคนร้าย และ หลักฐาน มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มบีอาร์เอ็น
ส่วนการเยียวยา เจ้าหน้าที่จะเร่งประเมินความเสียหายให้แล้วเสร็จภายใน 2-4 สัปดาห์ พร้อมพิจารณาจ่ายเงินชดเชยล่วงหน้าไม่เกิน 50% เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน หากวงเงินเยียวยาเกิน 100 ล้านบาท ในช่วงรัฐบาลรักษาการ ต้องเสนอ กกต. ตามขั้นตอนกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังประณามการก่อเหตุรุนแรงที่กระทบเศรษฐกิจและประชาชน เรียกร้องใช้สันติวิธี พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1341 หรือสายตรงแม่ทัพภาคที่ 4
รอง ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่ติดตามเหตุระเบิด ย้ำว่าทุกหน่วยต้อง ถอดบทเรียนทบทวน ปรับแผนความมั่นคง ใช้ฐานความคิดร่วมกัน ต้องติดตามประเมินแผนว่าได้ผลมากน้อยแค่ไหน
จะต้องตรวจสอบพื้นที่เชิงกายภาพ ช่องทางธรรมชาติ ที่คนร้ายฉวยโอกาสเข้ามา แต่ต้องไม่กระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน จะต้องถอดบทเรียน ปิดช่องโหว่ไม่ให้ซ้ำรอย ส่วนการข่าวล้มเหลวหรือไม่ ยืนยันว่าทุกฝ่ายทำงานอย่างเข้มแข็ง
เช่นเดียวกับเสนาธิการทหารบก บอกว่า ทุกหน่วยเร่งทบทวน ปรับปรุงงานการข่าว ตามคำสั่งของ นายกฯ และ ผบ.ทบ. เพื่อพัฒนาขีดความสามารถ อุดช่องโหว่ การข่าวจะต้องประเมินอย่างรอบคอบ ไม่ซ้ำเติมกำลังใจเจ้าหน้าที่ในพื้นที่