สาวพัทยาเดือดร้อนหนัก! ไม่มีเสื้อผ้าใส่ไปทำงาน หลังน้ำเสื้อผ้าไปซักที่ร้านสะดวกซัก จู่ๆ โจรแสบแต่งชุดวิน บุกขโมยเสื้อผ้าไปทั้งถังซัก วอนตำรวจเร่งล่าตัว
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 13 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.เพิญนภา อายุ 28 ปี พนักงานตรวจสอบสินค้าของบริษัทเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่เมืองพัทยา หลังตกเป็นเหยื่อถูกขโมยเสื้อผ้า ขณะนำไปซักไว้ภายในร้านสะดวกซักแห่งหนึ่ง ที่ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเช้ามืดของวันเดียวกัน เวลาประมาณ 05.08 น. ซึ่งผู้เสียหายมีหลักฐานสำคัญเป็น ภาพจากกล้องวงจรปิด ที่สามารถบันทึกพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้อย่างชัดเจน จากการตรวจสอบภาพวงจรปิด พบผู้ก่อเหตุเป็นชาย ลักษณะสวม เสื้อวินจักรยานยนต์สีส้ม ด้านหลังสกรีนข้อความ “สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง พัทยาใต้” สวมกางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ สวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีเทา และสะพายกระเป๋าคาดสีน้ำตาล เดินเข้ามาภายในร้าน ก่อนจะมองไปยังเครื่องซักผ้าที่ผู้เสียหายใช้งานอยู่ จากนั้นเปิดฝาเครื่อง หยิบเสื้อผ้าทั้งหมดใส่ลงในตะกร้า
ผู้ก่อเหตุยังมีท่าทีระแวดระวัง มองซ้ายมองขวา ก่อนจะรีบยกตะกร้าเดินออกจากร้าน และเดินข้ามไปยังร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้าม เพื่อไปเอารถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ แล้วขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
น.ส.เพิญนภา เปิดเผยว่า หลังเลิกงานช่วงค่ำ ตนได้นำ เสื้อผ้าทำงานของบริษัททั้งหมด รวมถึงเสื้อผ้าส่วนตัวบางส่วน ซึ่งมีทั้งเสื้อแบรนด์เนม ไปซักไว้ที่ร้านดังกล่าว ก่อนจะนำรถไปล้าง โดยคิดว่าใช้เวลาไม่นาน แต่เมื่อกลับมาอีกครั้ง กลับพบว่าตะกร้าเสื้อผ้าหายไป ตอนแรกยังคิดว่ามีลูกค้าคนอื่นหยิบผิด จึงรอจนถึงช่วงเช้า กระทั่งแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดร้าน แต่ก็ยังไม่พบเสื้อผ้าของตนเอง เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดจึงพบความจริงว่า ถูกขโมยไปอย่างจงใจ
ผู้เสียหายยังระบุอีกว่า จากการสอบถามเจ้าของร้าน พบว่าบริเวณนี้ เคยเกิดเหตุลักษณะคล้ายกันมาแล้วหลายครั้ง บางรายถูกขโมยเฉพาะชุดชั้นใน คาดว่าผู้ก่อเหตุอาจนำเสื้อผ้าไปขายเป็นเสื้อผ้ามือสอง ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เจอ แต่ผลกระทบที่หนักมาก คือยูนิฟอร์มทำงานถูกขโมยไปหมด ทำให้วันนี้ไม่มีเสื้อผ้าใส่ไปทำงานเลย
เบื้องต้น น.ส.เพิญนภา ได้เข้าแจ้งความไว้กับ ร.ต.อ.หญิง อรวรรณ แสงทอง พนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
พร้อมกันนี้ ผู้เสียหายยังฝากข้อความไปถึงผู้ก่อเหตุว่า หากยังมีจิตสำนึก ขอให้นำเสื้อผ้าทั้งหมดมาคืน เนื่องจากเป็นชุดทำงาน และเสื้อผ้าแบรนด์เนม หากนำกลับมาคืน จะขอเพียงว่ากล่าวตักเตือนและไม่ติดใจเอาความ