กัมพูชา ปล่อยตัวคนไทยกลับบ้าน 28 คน ส่วนอีกคน ถูกเจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชากักตัวไว้ ด้านญาติโผเข้ากอดร่ำไห้ ด้วยความเป็นห่วง
วันนี้ (14 ม.ค. 69) หลังจากที่รอเวลามาตั้งแต่ช่วงเช้า จนกระทั่งเวลา 12:20 น. ที่ผ่านมา รถบัสของฝั่งกัมพูชาขับเข้ามาถึงบริเวณหน้าด่าน ของฝั่งกัมพูชา คนไทยทยอยเดินลงจากรถ และเข้ามารวมตัวบริเวณ ตม. ของฝั่งกัมพูชา จากนั้นมีการแจกข้าวกล่องให้คนไทยรับประทาน ต่อมาเวลา 13:42 น. คนไทยทั้งหมด 28 คน เดินทางกลับเข้ามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ของฝ่ายไทยที่เดินไปรับก่อนหน้านี้ ทันทีที่ผ่านประตู ของด่านถาวรบ้านผักกาด ทางญาติของน้องไอน้ำ เด็กหนุ่มชาวลำปาง พ่อโผเข้าไปกอดด้วยความเป็นห่วง ถามสารทุกข์สุกดิบทั้งน้ำตา
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้งหมดเข้ามาเพื่อคัดแยก ตรวจสอบรายชื่อ ส่วนคนที่มีหมายจับ ก่อนหน้านี้มีรายชื่อทั้งหมด 3 ราย แต่ถูกเจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชากักตัวไว้ 1 ราย เนื่องจากมีคดีทางฝั่งกัมพูชาด้วย จึงทำให้ยอดจากเดิมทั้งหมด 29 ราย เหลือเพียง 28 รายเท่านั้น
หลังจากคัดแยกแล้ว ผู้มีหมายจับ 2 ราย ถูกนำตัวขึ้นรถตู้เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรโป่งน้ำร้อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ส่วนรายชื่อ เคสไอดี หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทางคดี บัญชีม้า หรือสแกมเมอร์ ก็จะถูกคัดแยกตัวคัดกรองและติดต่อสถานีตำรวจที่เป็นเจ้าของคดี สุดท้ายทุกคนที่เดินทางเข้ามาต้องชำระค่าปรับ ให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นจำนวนเงิน 800 บาท และเข้าสู่กระบวนการสอบคัดกรองอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่ พม. อีกครั้ง
ด้าน พลตำรวจตรี ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค2 เปิดเผย “ที่จริงแล้วการส่งตัวคนไทย กลับมาจากกัมพูชามีอยู่เรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับทางสถานทูตของกัมพูชาว่าจะผลักดันกลับมาเท่าไหร่ยังไง ส่วนครั้งนี้แจ้งกลับมาทั้งหมด 29 คน เหลือ 28 คน กลุ่มคนเหล่านี้จะถูกกวาดล้าง และจะถูกนำตัวไปไว้ที่พนมเปญ และเสียมราบบ้าง และจะรอการส่งกลับ สำหรับน้อง ที่ถูกล่อลวงมาจากลำปาง และไปร้องกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ในรอบนี้ก็จะมีชื่อกลับมาด้วย ทราบว่าทางสถานทูตได้ช่วยเหลือออกมาทั้งหมด 4 คน จากเดิมทั้งหมด 6 คน และหลังจากนี้จะนำกลุ่มคนเหล่านี้มาสอบว่าใครเป็นคนชักชวน ส่วนบุคคลที่มีหมายจับทางเจ้าที่จะเชิญไปสอบปากคำ เพิ่มเติมและแยกระหว่างหมายจับ กับเคสไอดี จากนั้นจะแยกว่าบุคคลที่มีหมายเรียก หรือเกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีม้า ว่ามีของท่องเที่ยวที่ไหนบ้างและจะส่งข้อมูลให้ท้องที่นั้น ส่วนคนไทยที่ยังคงมีตกค้างอยู่คาดว่าน่าจะหลักหมื่นต้นๆ ฝากถึงผู้ที่กำลังหางาน งานดีงานง่าย ไม่ได้มีดี ต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน อย่างตัวของน้องถูกหลอกว่าจะมาทำงานที่จันทบุรี บางคนถูกหลอกว่าจะให้ไปทำงานที่สระแก้ว รู้ตัวอีกทีก็ข้ามไปอยู่กัมพูชาแล้ว
ส่วนพวกจัดหางานทั้งหลาย ผู้บังคับบัญชาระดับสูงอยู่ระหว่างมอนิเตอร์ดู ไม่ว่าจะใช้สื่อหรือเฟสแบบไหนทางเจ้าที่จะมีการติดตามและจับกุมดำเนินคดี รับรองได้ว่าคุณจะอยู่ไม่สุข เพราะพวกนี้มันคือต้นตอ รวมถึงยานพาหนะในการขนส่งหรือเคลื่อนย้ายคน ตลอดแนวชายแดนเจ้าหน้าที่มีลายเส้นเพจ ที่พร้อมจะตรวจสอบตลอดเวลา มีการประชุมติดตามงานกับผู้บังคับบัญชาทุกอาทิตย์เพื่อติดตาม”