เช้านี้ที่หมอชิต - นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน หล่นทับรถไฟ ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี โดยสั่งเยียวยาผู้เสียชีวิต 32 ศพ และผู้บาดเจ็บเต็มที่ พร้อมจี้ถามแรงถึงรักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ควรพิจารณาตัวเอง
ช่วงเช้าก่อนเกิดเหตุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินสายหาเสียงอยู่พื้นที่จังหวัดพังงา ทันทีที่ได้รับแจ้งเกิดเหตุได้ยกเลิกภารกิจหาเสียง และสั่งการให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ บินด่วน ล่วงหน้าไปติดตามสถานการณ์ยังจุดเกิดเหตุพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
มีช่วงหนึ่ง นายกฯ อนุทิน ให้สัมภาษณ์สื่อฯ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บอย่างสุดซึ้ง พร้อมระบุว่า แม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังต้องรอผลการสอบสวนถึงสาเหตุที่แท้จริง แต่เหตุลักษณะนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ๆ และเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง
เบื้องต้นสั่งเร่งตรวจสอบหาสาเหตุ โดยให้ไล่ย้อนกลับไปดูตั้งแต่ต้นทาง ว่าการก่อสร้างผิดแบบ และขั้นตอนหรือไม่ โดยย้ำว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้จะต้องมีผู้รับผิดชอบ ไล่ตั้งแต่บริษัทผู้รับเหมา ผู้ควบคุมงาน เรื่อยจนถึงผู้ว่าจ้าง ซึ่งก็คือการรถไฟแห่งแประเทศไทย
ช่วงเย็นเมื่อวาน นายกฯ อนุทิน เดินทางถึงศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สร้างคร่อมรางรถไฟ ซึ่งเป็นโครงข่ายเส้นทางหลักสำหรับการเดินรถไฟไทยในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยย้ำอุบัติเหตุครั้งนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบโดยตรง ในฐานะผู้ให้บริการประชาชน
ขณะเดียวกัน นายกฯ ยังสั่งการให้ตรวจสอบบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างรายดังกล่าวด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาปรากฏผลการดำเนินการในหลายโครงการ มักเกิดเหตุการณ์สร้างความสูญเสียซ้ำซาก ซึ่งเห็นได้ชัดจากกรณีอาคาร สตง.แห่งใหม่ ถล่มลงมาทั้งตึก
โดยนายกฯ มองว่า อาจต้องนำปัญหาดังกล่าวเข้าสภาฯ พิจารณาแก้กฎหมายควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อให้การบังคับครอบคลุมทั้งเรื่องขึ้นบัญชีดำ สั่งให้หยุดงาน สั่งห้ามประมูล
ปฏิเสธไม่ได้ว่า โศกนาฎกรรมสังเวย 32 ศพ และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากในครั้งนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยเพราะเหตุเกิดในพื้นที่ทางรถไฟ เรื่องนี้ นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และในฐานะ รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย
เผยว่า ทันทีที่เกิดเหตุ สั่งการให้บริษัท ผู้รับเหมา หยุดดำเนินงานในพื้นที่จนกว่าผลการสอบสวนจะแล้วเสร็จ และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อเร่งตรวจสอบสาเหตุ ซึ่งต้องเชิญผู้เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ระดับวิศวกรผู้ควบคุมงาน วิศวกรผู้รับจ้าง และผู้ดูแลโครงการ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการสืบสวนด้วย ตั้งเป้าว่าจะดำเนินการสอบสวนให้เสร็จภายใน 15 วัน พร้อมเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไปจนกว่าคดีจะสิ้นสุด
กรณีเงินเยียวยาผู้เสียชีวิต การรถไฟฯ ช่วยเหลือเบื้องต้นค่าปลงศพ รายละ 40,000 บาท และเงินสมทบอีก 40,000 บาท รวมเป็น 80,000 บาท ซึ่งนายกฯ อนุทิน เห็นแย้งว่า น้อยเกินไป เทียบไม่ได้กับชีวิตคน ควรต้องได้ตัวเลข 7 หลักต่อผู้เสียชีวิต 1 ราย โดยนายกฯ ให้กระทรวงคมนาคม และ รฟท. นำข้อสั่งการไปหารือร่วมกับบอร์ด รฟท. อีกครั้ง เพื่อพิจารณากำหนดแนวทาง และวงเงินช่วยเหลือให้มีความเหมาะสม เป็นธรรมกับผู้ได้รับผลกระทบทุกราย
อย่างไรก็ตาม รฟท. ทราบว่าบริษัทผู้รับจ้าง มีประกันภัยโครงการฯ เป็นความคุ้มครองบุคคลภายนอกวงเงิน 50 ล้านบาท เบื้องต้นประสานให้บริษัทผู้รับจ้าง เร่งดำเนินการเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็ว
ด้าน นายวิเชียร รุ่งรุจิรัตน์ ตัวแทนผู้บริหารบริษัทอิตาเลียนไทยฯ และในฐานเป็นผู้กำกับดูงานโครงการฯ ออกมาขอโทษ และยอมรับว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดจากความผิดพลาดจนนำไปสู่ความความสูญเสีย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก
ยืนยัน บริษัทจะรับผิดชอบเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บทุกราย ซึ่งตามสัญญาโครงการก่อสร้างฯ มีประกันวงเงินคุ้มครองอยู่แล้ว นอกจากนี้ นายวิเชียร ยังขออภัยญาติผู้สูญเสีย และการรถไฟแห่งประเทศไทยด้วย ที่ทำให้เดือดร้อน
สำหรับแผนดำเนินการที่บริษัทฯ ต้องทำอย่างเร่งด่วนหลังจากนี้ คือ ต้องเร่งเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุ เพื่อเปิดเส้นทางให้การรถไฟแห่งประเทศไทย กลับมาใช้งานได้ตามปกติ เมื่อคืน บริษัทผู้รับจ้างประสานรถเครนขนาดใหญ่ มาช่วยเคลื่อนย้าย เครนลอนเชอร์ ที่ค้างอยู่ด้านบนคานออก
รวมทั้งเคลียร์เหล็กชิ้นส่วน ฐานตั้งเครน ขนาดใหญ่ น้ำหนักหลายตัน ที่หล่นลงมาทับรถไฟ รวมทั้งตู้โดยสารรถไฟขบวนที่ประสบเหตุออกจากพื้นที่ โดยจะเร่งดำเนินการทั้งวัน ทั้งคืน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 3 วัน สามารถเปิดใช้เส้นทางเดินรถไฟได้ตามปกติ
ส่วนประเด็นเรื่องประกันภัย ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นประสานบริษัทผู้รับประกันภัยที่เกี่ยวข้องใน 3 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท ทิพยประกันภัย ฯ ในสัดส่วนร้อยละ 60 บริษัท กรุงเทพประกันภัย ฯ ในสัดส่วนร้อยละ 20 และบริษัท อินทรประกันภัยฯ ในสัดส่วนร้อยละ 20
สำหรับการติดตามค่าสินไหมทดแทนให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เบื้องต้นอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวน แต่ในส่วนของผู้บาดเจ็บ รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล สำนักงาน คปภ.ประสานกับบริษัทประกันภัย เข้าไปดูแล อำนวยความสะดวก และรับรองสิทธิค่ารักษาพยาบาลกับโรงพยาบาล โดยที่ผู้บาดเจ็บไม่ต้องสำรองเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล
เพจฯ "สถานีรถไฟอุบลราชธานี" ในนามของการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และขอยืนยันว่า ความปลอดภัยของผู้โดยสารและประชาชน คือภารกิจสำคัญสูงสุดของการรถไฟฯ