ความรักขาดสะบั้น เพราะยืมเงิน โจ๋หัวร้อน ทวงเงินรุ่นพี่หลายครั้ง แต่ไม่ยอมจ่าย แถมยังท้าต่อย ครั้งนี้ถือมีดไปด้วย ยังถูกด่าคำเดิม โกรธเลือดขึ้นหน้า ใช้มีดแทงดับ
วันนี้ (15 ม.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวานนี้ พ.ต.ท. กิตติกวินท์ อุมาฐิติพงศ์ สว.(สอบสวน) สภ.หนองหาน รับแจ้งมีเหตุทำร้ายโดยใช้อาวุธมีดแทงกันจนเสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 4 ต.หนองไผ่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ มีชัย ผกก.สภ.หนองหาน, ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยส่งเสริมธรรมจุดบริการหนองหาน เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุบริเวณภายในบ้านเจ้าหน้าที่พบร่างของนายธรรมนูญ หรือ “ม่อน” อายุ 21 ปี ถูกแทงเข้าด้านหลัง 1 แผลได้รับบาดเจ็บสาหัส ญาติได้รีบนำส่ง รพ.หนองหาน สุดท้ายเสียชีวิตในเวลาต่อมา ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติๆ
ขณะเดียวกันชาวบ้านได้ช่วยกันควบคุมตัวนายพาชิต หรือ “เพียว” อายุ 19 ปี คนก่อเหตุไว้ได้ ก่อนส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และควบคุมตัวมายัง สภ.หนองหาน โดยทาง พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ ได้สอบปากคำสาเหตุที่ทำร้ายรุ่นพี่จนเสียชีวิต
ส่วนชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า นายเพียวถือมีดมาทวงเงินกับนายม่อน จึงพากันเข้าห้าม แต่นายเพียวไม่ยอมฟังถือมีดไปจ้วงแทงด้านหลังนายม่อน ทุกคนตกใจกันมาก ถามว่าจะฆ่ากันทำไม เคยอยู่เคยกินด้วยกัน รักกันมาตลอด ทำไมมาฆ่ากันแบบนี้
ด้านนายเพียว เผยว่า สาเหตุที่ตัดสินใจแทงรุ่นพี่ครั้งนี้ เนื่องจากรุ่นพี่พูดไม่เข้าหูและท้าให้มาต่อยกัน อีกอย่างยืมเงินตัวเอง 3,000 บาท ไม่เคยคืนสักที พอไปทวงเมื่อไหร่ก็ด่าตลอด แถมท้าว่า “มึงแน่จริงมาใส่กับกูเลย” ทำให้ตนโกรธเลือดขึ้นหน้า ก่อนเกิดเหตุถือมีดไปด้วยไปทวงเงิน ก็เจอด่าคำเดิม จึงโมโหจ้วงแทงรุ่นพี่ทันที แต่ก็มีชาวบ้านมาห้ามและทำร้ายคืนจนได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน “ผมกับพี่ก็รักกันมาก รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ บ้านใกล้กัน แต่ความรักพี่ชายกับผมที่เป็นน้องชายต้องบาดสะบั้นเพราะยืมเงินแล้วไม่คืน ทำให้ผมมีอารมณ์ชั่ววูบก่อเหตุแทงพี่ชาย หลังก่อเหตุผมก็ไม่หนีรอเจ้าหน้าที่มาจับ ผมยอมรับสิ่งที่ทำลงไปแล้วกัน”
นายเพียว กล่าวอีกว่า ตนเหลืออดจริงๆ เพราะไปทวงเงินเมื่อไหร่โดนด่าท้าต่อยทุกที วันนี้อดไม่ได้จริงๆ เป็นหนี้ควรจ่าย แต่ยังพูดไม่เข้าหูอีก
ภายหลังสอบปากคำ นายเพียวให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป