เครนถล่ม นายกฯ เดือดถามจะเอาอย่างไร บริษัทเดิม 10 เดือนเกิดซ้อน 4 เหตุการณ์

เครนถล่ม นายกฯ เดือดถามจะเอาอย่างไร บริษัทเดิม 10 เดือนเกิดซ้อน 4 เหตุการณ์

View icon 69
วันที่ 15 ม.ค. 2569 | 16.46 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
นายกฯ เดือด ฉะหน่วยงานรัฐโยนกันไปมา ถามจะเอาอย่างไร บริษัทเดิม 10 เดือนเกิดเหตุ ซ้อน 4 ครั้ง ยกเหตุการณ์ ตึก สตง.ถล่ม ยังไม่มีใครรับโทษ สัญญาก็ยังไม่ถูกยกเลิก ยืนยันไม่ได้หาเรื่อง ผู้ว่า รฟท. แต่คนตายเป็นผู้โดยสาร อยู่ในความรับผิดชอบ โครงการแม้สร้างไปแล้ว 85% หากไม่ปลอดภัยก็ต้องเลิกสัญญา หาคนมาทำใหม่

บ่ายวันนี้ (15 ม.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม จากกรณีเครนก่อสร้างถล่ม โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นางแพตริเซีย มงคลวานิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

ภายในที่ประชุม นายกฯ กล่าวเริ่มการประชุมว่า วันนี้ เป็นการประชุมเร่งด่วน สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากกรณีโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ที่เกิดเหตุเมื่อวานนี้ และเมื่อเช้านี้ได้รับรายงานว่ามีเหตุอุบัติเหตุในลักษณะคล้ายกันจากโครงการทางยกระดับ พระราม 2 และสิ่งที่น่าสลดใจ น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง คือ นอกจากมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากแล้ว โครงการยังดำเนินการโดยผู้รับเหมารายเดียวกัน

“ผู้รับเหมารายนี้ ในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีโครงการที่ไม่เป็นข่าวเยอะแยะ แต่มีโครงการที่น่าสนใจ คือ เริ่มมาตั้งแต่เดือนเมษายนที่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวตึก สตง.ถล่ม หลังจากนั้นไม่นานก็มีเหตุการณ์โครงสร้างของทางด่วนที่ พระราม 2 ก็เกิดโครงสร้างถล่ม เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย จนถึงเมื่อวานนี้มีเหตุการณ์ ยังไม่ทันที่จะประชุม เมื่อเช้านี้ก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก ผมเชิญมาประชุม ว่าจะออกมาตรการอะไร แก้กฎหมาย แก้กฎกระทรวงอย่างไร ตรงนั้นเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว แต่วันนี้กฎหมายควบคุมการก่อสร้างหรือกฎหมายดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ผู้รับเหมาก่อสร้าง คงต้องมีปัญหาแล้ว”

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า  เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ สตง.จนถึงวันนี้ ตนได้ทราบมาว่าสัญญาก็ยังไม่ได้ถูกยกเลิก และยังไม่มีการปรับสัญญา เพราะการก่อสร้างอาคารยังไม่แล้วเสร็จ หากจะปรับก็ต้องสร้างตึกขึ้นมาใหม่  ทั้งที่สัญญาทุกสัญญามีหลักประกัน มีแบงก์การันตี วันนี้มี ก็ยังไม่มีมีการเรียกข้อมูล เพียงแค่ระงับก่อสร้างไว้ก่อน แต่ไม่มีการดำเนินการใด ๆ กับผู้รับเหมา ไม่มีการขึ้นบัญชีดำหรือประกาศเป็นผู้ละทิ้งงาน ไม่ทันไรก็เกิดเหตุการณ์ที่พระราม 2 ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีการซ่อมแซมกลับมาใช้งานได้ตามปกติ  ในส่วนของกระทรวงคมนาคม เจออะไรมาเยอะ ทั้งเหตุการณ์อุโมงค์รถไฟความเร็วสูงรางคู่ถล่ม ซึ่งมีผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นคนของผู้รับเหมา

นายอนุทิน ชี้แจงว่า ที่เกี่ยวข้องกับผู้ว่าการรถไฟฯ เพราะผู้เสียชีวิตทั้งหมดใช้บริการรถไฟ ยังไม่นับถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นของผู้รับเหมา ที่การรถไฟหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือผู้ที่โดยสารโดยรถไฟและประสบเหตุ  ผู้รับเหมารับผิดอยู่แล้วต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่การรถไฟต้องรับผิดต่อผู้ที่ใช้บริการ ซึ่งการรถไฟเป็นผู้เดินรถเอง  ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ว่าการรถไฟฯ มีเพียงรองผู้ว่าการฯ ที่รักษาการอยู่ แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นต้องมีผู้ที่รับผิดชอบ อยากให้ทุกคนทำความเข้าใจก่อน ความเสียหายครั้งนี้แยกเป็น 2 ส่วน  คือ 1. รัฐในฐานะผู้ให้บริการกับประชาชน ในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนที่ใช้บริการ และ 2. รัฐต้องเรียกร้องความเสียหายดำเนินการใดๆก็ตามที่ระบุในสัญญาหรือดำเนินการ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยเกิดขึ้นไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ในอนาคตกับผู้ที่จะมาก่อสร้างโครงการในอนาคตกับรัฐ

“ในฐานะนายกฯ ขอถามว่า จะดำเนินการกับบริษัทรับเหมารายนี้อย่างไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 4 เหตุการณ์ ในช่วง 10 เดือน ถ้าผมเอาตัวรอด บอกว่า เป็นรัฐบาลรักษาการก็ได้ แต่หน่วยงานราชการต้องดำเนินการเพื่อเกิดความชัดเจน และการสร้างมั่นใจพี่น้องประชาชน ผมไม่พูดเพราะว่ารัฐบาลก็เป็นรัฐบาล ความรับผิดชอบยังคงเต็มอยู่  ยังคงใช้สิทธิ์ว่าเป็นหัวหน้ารัฐบาล เมื่อเกิดเหตุแบบนี้ และครั้งนี้ผมคงยอมไม่ได้  ที่จะลงโทษให้หยุดก่อสร้างไป 2 สัปดาห์แล้วมารายงานเพื่อเดินหน้าต่อ” นายกฯ กล่าว

ทั้งนี้  นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนเข้าประชุมมีคนมารายงาน ว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงที่เครนถล่มรถไฟ เมื่อวานนี้คืบหน้าไปแล้ว 85% เหลือเพียง 15%  หากจะต้องยกเลิกสัญญาแล้วหาคนมาทำใหม่ทำอีก 15% จะใช้เงินเท่าไหร่ ตนเชื่อว่าระบุไว้ในสัญญา และจะต้องไปเรียกร้องกับผู้รับเหมา ในฐานะผู้ที่ทิ้งงาน ซึ่งตนพูดไว้เป็นกรอบเพราะการประชุมวันนี้มีทั้งเลขาธิการกฤษฎีกา อัยการสูงสุด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ต้องมีข้อสรุปจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งเมื่อวานและวันนี้ ตนมองว่าไม่ใช่สิ่งที่ยาก เพราะเป็นผู้รับเหมารายเดียวกัน

นายกฯ กล่าวอีกว่า ในฐานะรัฐที่เป็นเจ้าของโครงการ อย่าไปกลัวเรื่องของระเบียบ ต้องมีช่องที่จะดำเนินการได้ และคงปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้  ส่วนที่กรมบัญชีกลางบอกว่าต้องรอหน่วยงานเสนอเรื่องขึ้นมา ในเรื่องของการขึ้นบัญชีดำการประกาศทิ้งงานจะ โยนกันไปกันมาไม่ได้ เพราะมีทั้งกฎหมายมี ทั้งเงินควบคุมกฎและที่ปรึกษากฎหมายแห่งรัฐที่เจ้าของงาน เจ้าของโครงการเจ้าของงบประมาณ สภาวิศวกร ที่จะให้ความเห็นเรื่องของวิศวกรรมได้ วันนี้ต้องมีมาตรการที่ชัดเจนเพื่อก่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชน ความพึงพอใจต่อความรู้สึกของคนที่สูญเสีย และสร้างความมั่นใจให้กับคนต่างชาติ ที่จะมาลงทุนในประเทศไทย ที่บอกว่า มีขนส่งที่ดี มีโลจิสติกที่ดี สิ่งที่ลงแรงไปลงทุนไปอาจจะสูญเปล่าได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง